25/05/2023

กระดาษทำอย่างไร ? เรียนรู้ “วิธีทำกระดาษ” จากต้นไม้ตั้งแต่ต้นจนจบ

กระดาษนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่มักจะอยู่ในชีวิตประจำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนำกระดาษมาทำเป็นหนังสือเรียน หนังสืออ่านเล่น กระดาษ A4 กระดาษสำหรับวาดรูป กระดาษทิชชู่ บรรจุภัณฑ์ กล่องพัสดุ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากการนำกระดาษมาใช้งานในชีวิตประจำวันแล้วนั้น ในกลุ่มงานภาคธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมที่ใกล้ตัวคุณมากที่สุด ก็คือ กระดาษรองรีด กระดาษซับลิเมชั่น หรือ กระดาษทรานเฟอร์ ในงานซับลิเมชั่น และแม้ว่า.. จะใกล้ตัวมากขนาดนี้ และคุณก็คงคลุกคลีกับเจ้าสิ่งนี้อยู่ทุกวัน แต่เคยรู้ไหมว่า ?! กระดาษที่ทำมาจากต้นไม้เนี่ย เขามี “วิธีทำกระดาษ” กันอย่างไร ?

ตามที่ได้กล่าวไป.. หลายคนอาจจะรู้แล้วว่าวัสดุมาจากต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดใหญ่ โดยต้นไม้ที่เป็นที่นิยมคือต้นยูคาลิปตัส ต้นสนสองใบ ต้นสนสามใบ ต้นกระถินเทพา ต้นแอสเพน ต้นเบิร์ช ซึ่งต้นไม้เหล่านี้นิยมใช้ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก แต่เชื่อว่าน้อยคนนักจะรู้ว่าจากต้นไม้ไปสู่กระดาษชนิดต่าง ๆ สามารถทำได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราไปหาคำตอบด้วยกันเลยดีกว่า

ทำกระดาษจากต้นไม้ได้อย่างไร ?

สำหรับ วิธีทำกระดาษ จากต้นไม้ที่จะแนะนำต่อไปนี้ จะเป็นขั้นตอนการทำกระดาษเบื้องต้นที่คุณจะสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของกระดาษได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ขั้นตอนต่าง ๆ หากผลิตเอง หรือแต่ละโรงงานเลือกผลิตอาจมีความแตกต่างที่ต่างกันเป็นอย่างมาก และในแต่ละขั้นตอนก็อาจมีรายละเอียดการทำที่แตกต่างกันอีก แต่ถ้าหากให้อธิบายแบบเข้าใจง่าย และรู้ขั้นตอนคร่าว ๆ จะมีรายละเอียดทั้งหมดดังต่อไปนี้

วิธีทำกระดาษ
Image by aleksandarlittlewolf on Freepik

1. เตรียมต้นไม้ ก่อนนำมาทำการแปรรูป

เริ่มแรกคือการเลือกต้นไม้ตามที่ได้มีการอธิบายในข้างต้นว่าส่วนใหญ่นิยมใช้ต้นไหนบ้าง มาทำการตัดโคน นำเอาเปลือกไม้ออกให้หมด และเลื่อยเป็นแผ่นบาง ๆ ชิ้นเล็ก ๆ มากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นเอาไม้เหล่านี้ไปบดให้ละเอียด ซึ่งความละเอียดแนะนำว่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2. นำไม้ที่ทำเสร็จแล้วมาต้มกับน้ำ

เมื่อบดไม้ให้ละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำเศษไม้เหล่านั้นไปต้มในน้ำ แล้วทำการเคี้ยวให้ไม้กลายเป็นเนื้อเยื่อสีขาว ซึ่งจะคล้าย ๆ กับน้ำสีขาวต้ม ๆ ที่ไม่มีเนื้อสัมผัสความเป็นไม้จากแต่เดิมอีกแล้ว ซึ่งวิธีทำกระดาษจากต้นไม้ ในขั้นตอนนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ใช้เพียงชนิดเดียว เพื่อที่จะประหยัดต้นทุนในการผลิตได้

3. เทน้ำเนื้อเยื้อไม้ลงไปในตะแกรง

เมื่อเคี้ยวให้เป็นเนื้อเยื้อได้สำเร็จจะมีลักษณะเป็นน้ำเนื้อสัมผัสเป็นขุย ๆ นุ่ม ๆ แล้ว จากนั้นให้นำไปเทในตกแกรงที่มีซีกความถี่ละเอียดมาก หรือก็คือแม่พิมพ์ขนาดใหญ่เมื่อเทเนื้อเยื่อลงไปแล้วก็จะเกาะติดกับตะแกรงตรงนั้น ในส่วนที่เป็นน้ำก็จะไหลผ่านตะแกรงไป หรือเนื้อเยื้อที่เล็กเกินไปจะเล็ดรอด

4. นำเนื้อเยื้อที่อยู่บนตะแกรงมารีด

การนำเนื้อเยื้อที่อยู่บนตะแกรงมารีดหรือก็คือการใช้ลูกกลิ้งขนาดใหญ่ มาทำการรีดบนตะแกรงเพื่อเอานำที่ยังเหลืออยู่ออก และทำให้เนื้อเยื้อที่อยู่บนตะแกรงประสานติดกัน ซึ่งในจุดนี้นับว่าเป็น วิธีทำกระดาษ ที่จะช่วยให้กระดาษที่อยู่บนตะแกรงมีความเรียบสม่ำเสมอกัน

วิธีทำกระดาษ
Image by pch.vector on Freepik

5. นำไปเจอกับความร้อนเพื่อให้กระดาษแห้ง

เมื่อทำการรีดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำกระดาษที่อยู่ในตะแกรงไปเจอกับความร้อน ถ้าหากใครใช้ วิธีทำกระดาษ ด้วยตัวเอง ก็แนะนำว่าให้นำไปตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 วันเพื่อให้กระดาษแห้ง แต่ถ้าหากเป็นโรงงานผลิตในขั้นตอนนี้จะใช้เครื่องอบเพื่อที่ให้เนื้อเยื้อกระดาษแห้งและเกาะติดกลายเป็นกระดาษอย่างรวดเร็ว

6. ตกแต่งผิวกระดาษเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสตามที่ต้องการ

ในกรณีที่เป็นโรงงานผลิตกระดาษ ก็จะมีกระดาษแต่ละประเภทที่จะมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน กระดาษบางแบบมีเนื้อเรียบเนียน กระดาษบางแบบมีเนื้อขรุขระอย่างกระดาษร้อยปอนด์ กระดาษที่จำเป็นจะต้องเคลือบพลาสติก หรืออื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อที่กระดาษเหมาะใช้ในหลาย ๆ ขั้นตอน

7. ทำการตัดกระดาษตามขนาดที่ต้องการ

เมื่อเปลี่ยนผิวของพื้นกระดาษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่การตัดขนาดต่าง ๆ ตามที่คนนิสัยส่วนใหญ่ใช้ หลัก ๆ แล้ว เรามักจะรู้จักขนาด A เช่น A3 A4 และ A5 หรือขนาด B เช่น B2 B3 และ B4 และขนาด C เช่น C3 และ C4 ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโรงงานเลยว่าจะต้องการกระดาษขนาดไหน

วิธีทำกระดาษ
Image by senivpetro on Freepik

วิธีทำกระดาษ แต่ละชนิดขึ้นอยู่เนื้อเยื้อ

ในการทำกระดาษแต่ละชนิดจะสามารถขึ้นอยู่กับความหนาหรือความบางของเนื้อเยื้อได้ เพราะถ้าหากเนื้อเยื้อที่บางมาก ๆ ก็จะกลายเป็นกระดาษทิชชู่ได้ แน่นอนว่าอาจจะเกี่ยวเนื่องกับการเตรียมเนื้อเยื่อในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย ชนิดไม้ที่ต่างกันก็จะให้เนื้อเยื่อที่ต่างกัน หรือมีการใช้สารเคมี หรือมีการนำกระดาษรีไซเคิลมาแปรเป็นเนื้อเยื้ออีกครั้งหนึ่งก็ได้เช่นกัน ความแตกต่างของกระดาษแต่ละชนิดจึงมีมากมายนับไม่ถ้วน และแน่นอนว่าการแปรรูปให้เป็นกระดาษก็สามารถทำได้หลากหลายเช่นกัน

สรุปวิธีทำกระดาษจากต้นไม้ในปัจจุบัน

วิธีทำกระดาษจากต้นไม้ในปัจจุบันจะเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น หากมีการผลิตกระดาษที่น้อยลงก็จะสามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเริ่มมีการผลิตกระดาษที่ใช้สำหรับการจดบันทึก หรือกระดาษที่พิมพ์หนังสือเปลี่ยนมาเป็นใช้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทน แต่ก็ยังมีกระดาษบางชนิดที่สร้างมากยิ่งขึ้น เช่น บรรจุภัณฑ์หรือกล่องวัสดุ แม้แต่ภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้บรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งการเลือกใช้กระดาษเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะสามารถย่อยได้ตามทางธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากการใช้พลาสติกบางชนิด

Cover Image : Image by Vectonauta on Freepik

Credit :

https://www.youtube.com/watch?v=0VEJCWvfhQg

https://thaifoodpackaging.com/blog/paper-production-process/?fbclid=IwAR3g3_qm_uAlhOnK8YfJGrbAoUkm_nFjmUY2rtL3-aFtu1usKlwJVw_D63o

https://www.1000maidee.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/?fbclid=IwAR2XLIH6lQww_oqkyWTO5KBYZaa53k1tKBnY4YTAD9LXG8Bmk_ljwkr2Pjk

สาระทั่วไป
28/04/2023

ธุรกิจซับลิเมชั่น ปี 2023 กับ 6 กลยุทธ์ยกระดับ อ่านจบ.. ได้ครบถ้วน!

นับจนถึงตอนนี้ อุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยเฉพาะหากคุณต้องการความยูนีค ตามสั่ง ตามใจคุณ งานซับลิเมชั่นกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง เรียกว่ายังคงขับเคลื่อนตลาดสิ่งพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยเทคนิค เทคโนโลยี ตลอดจนผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่กรีฑาทัพให้จับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้นมากมาย หากจะบอกว่านี่เป็นหนึ่งช่วงเวลาที่ดีที่จะร่วมวงใน ธุรกิจซับลิเมชั่น นี้ก็คงจะไม่เกินไปนัก

อย่างที่ได้เกริ่นไปตั้งแต่ตอนต้น มูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่สามารถปรับแต่งได้ดั่งใจ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตามกำหนดนั้นเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีมากเลยหากคุณต้องการยกระดับธุรกิจซับลิเมชั่น และบางที 6 กลยุทธ์ต่อไปนี้ อาจจะสร้างโอกาสให้ธุรกิจของคุณเติบโตและสร้างผลกำไรได้มากขึ้นในอนาคตก็เป็นได้ ลุยเลย!

ธุรกิจซับลิเมชั่น
Image by rawpixel.com on Freepik


1. GO Mobile – ตลาดป๊อปอัพ

ตลาดป๊อปอัพ (Go Mobile) เป็นที่ที่คุณต้องพุ่งไปหา แม้จะสวนทางกับยุคที่เพิ่งจะสร่างเมาจากฤทธิ์โควิด และเรื่องของ Social Distancing ที่เคยรณรงค์กัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันนี้สามารถจัดงานต่าง ๆ ได้แล้ว และบรรดาเทศกาลต่าง ๆ เช่น ตลาดเกษตรกร งานโชว์รถ นิทรรศการศิลปะ รวมถึงโอกาสในกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีคนเยอะ คุณสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ ฉะนั้น เตรียมบูธของคุณให้พร้อม!

2. Color Charts – เรื่องสีสุดสำคัญ ต้องทำให้เพอร์เฟกต์!

เรื่องของสี การผสมสี การจับคู่สี หากเป็นการดีไซน์สุดฉีกมันก็คงจะดี แต่มันก็คงจะเกินไปหน่อยหากหลุดกรอบเกินไปนัก การใช้ Color Charts ควรเป็นพื้นฐานที่ร้านพิมพ์ซับลิเมชั่นต้องมี ทุกครั้งที่ลงรายละเอียดไปกับการแมทช์ชิ่งคู่สีต่าง ๆ นี่ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น ในทุกสีที่ลูกค้าต้องการเป็นสิ่งที่คุณจะต้องสร้างผลลัพธ์ที่แน่นอนให้กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพในทุกครั้ง

ดังนั้นบอกตรง ๆ หมึกซับลิเมชั่นที่มีคุณภาพสูงขาดไม่ได้เลย หากเรากำลังพูดถึง Color Charts ใน ธุรกิจซับลิเมชั่น

3. ค้นหาตลาดใหม่ สร้างแบรนด์เป็นตัวนำ ธุรกิจซับลิเมชั่น

นี่เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ประกอบการ จะมีอะไรที่ทำให้คุณมีแรงใจในการต่อยอดธุรกิจไปมากกว่าการค้นพบแหล่งรายได้ใหม่ของคุณ! ซึ่งในหลายธุรกิจ การที่คุณสร้างมาตรฐาน รักษาคุณภาพงานของคุณเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

การมีส่วนร่วมในชุมชนก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับแบรนด์ หากได้โอกาสในการมีส่วนร่วม ก็จะสร้างคอนเนคชั่นได้มากขึ้น ต่อด้วยการตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านนี้ คราวนี้หลาย ๆ คนก็จะเริ่มมองหาแบรนด์ของคุณ

ธุรกิจซับลิเมชั่น
Image by Freepik

4. เพิ่มประสิทธิภาพเรื่อง SEO


เป็นกลยุทธ์ที่คุณไม่สามารถละเลยได้เลยหากอยู่ในโลกของออนไลน์ การทำเว็บไซต์เอาไว้เฉย ๆ ไม่เพียงพอต่อไปอีกแล้ว เรื่องของการทำ SEO (Search Engine Optimization) นั้นสำคัญมาก ๆ ไม่งั้นก็เหมือนกับคุณมีหน้าร้านแต่ไม่มีป้ายบอกทาง คนจะเข้ามาหาคุณก็คงยากหน่อย และอาจหายไประหว่างทางเมื่อเจอป้ายที่ชี้ไปร้านอื่นแทน!

การทำ SEO ควรเน้นที่เรื่องของคอนเทนต์ที่มอบประโยชน์ มอบสิ่งที่ดีที่สุดและเหนือกว่าให้แก่ลูกค้า หากสิ่งนั้นตอบโจทย์ในหลาย ๆ คำถามที่มีการค้นหาภายในโลกออนไลน์ คนก็จะเจอเว็บไซต์คุณเป็นที่แรก ๆ เลยล่ะ

5. พัฒนา ธุรกิจซับลิเมชั่น สู่ความยั่งยืนแบบ Sustainability

เทรนด์นี้กำลังมามาก ๆ เพราะเป็นสิ่งที่นอกจากจะสร้างประโยชน์ให้กับตัวธุรกิจแล้วยังส่งผลดีต่อชุมชนและโลกตลอดจนกระเป๋าตังค์ของคุณ

ธุรกิจซับลิเมชั่น
Image by Freepik

การปรับกระบวนการให้งานซับลิเมชั่น ของคุณเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่จำเป็นในปัจจุบัน ส่วนที่บอกไว้ว่ามันดีต่อธุรกิจและต่อโลก ยกตัวอย่างเช่น “การรีไซเคิล” ในวงการนี้หากคุณต้องการรีไซเคิลตลับหมึก กระดาษรองรีด กระดาษซับลิเมชั่น แล้วละก็.. มีบริษัทหลายแห่งมากที่ต้องการและพร้อมจะจ่ายเงินให้กับคุณในส่วนนี้

6. ทบกวนกลยุทธ์การค้าปลีก

การที่หลายสินค้านั้นมีการกำหนดราคา “ตามกลไกลตลาด” อาจทำให้คุณนั้นไม่กล้าที่จะตั้งราคาของสินค้าตัวเองตามต้นทุนจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสร้างผลเสียให้กับธุรกิจในระยะยาว

ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาสำหรับการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์การพิมพ์แบบ “ตามสั่ง” ในการค้าปลีก ได้แก่ ต้นทุนขาย (COGS) ระยะเวลาในการผลิต วัสดุสิ้นเปลือง เช่น หมึก กระดาษ บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และค้าใช้จ่ายเพื่อโปรโมทในการตลาด ทั้งหมดนี้เป็นสูตรพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณวางกลยุทธ์การค้าปลีกที่มั่นคงได้

ก็จบกันไปแล้วสำหรับ 6 กลยุทธ์ ที่จะช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจบนอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์อย่างงานซับลิเมชั่น ไม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้ของธุรกิจคุณจะดีอยู่แล้ว หรือกำลังมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการไปต่อ การปรับปรุงการเพิ่มกลยุทธ์ที่หลากหลายก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีอยู่เสมอ หากเช็คดูแล้วยังไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม อย่างน้อย ๆ ก็ถือว่าเป็นการรีเช็คประจำปีไปพร้อมกันกับพวกเราในบทความนี้ก็ได้ประโยชน์ไม่แพ้กัน

Cover Image : Image by gpointstudio on Freepik

ขอขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลจากเว็บไซต์ :

สาระทั่วไป
26/03/2023

Football Culture x Sublimation : ปลุกกระแส “เสื้อบอลคลาสสิค”

ในช่วงปีที่ผ่านมากระแสของ Jersey Culture การนำเอาเสื้อแข่งของทีมกีฬามาแต่งตัวเข้ากับชุดแฟชั่นนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะรูปแบบคลาสสิค การหาเสื้อทีมที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของดีไซน์ที่สวยงาม รวมถึงสตอรี่ของที่เสื้อตัวนั้น ๆ มี แต่ส่วนใหญ่หรือเราสามารถพูดได้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นการผลิตแบบสมัยก่อน ..ก็แน่ล่ะ มัน เสื้อบอลคลาสสิค หนิ! ซึ่งเป็นแบบโลโก้ปัก ส่วนพวกลายสกรีนก็อาจมีแบบเฟล็กซ์ร่วมด้วยหากปีใหม่ขึ้นมาหน่อย (ปี 2008 ขึ้นไป)

เสื้อบอลคลาสสิค
Credit by : https://www.goal.com/en-gb/lists/best-retro-modern-football-shirts-summer/bltee9eb2b48987cda5

ยิ่งช่วงปลายปี 2022 จนถึงต้นปี 2023 นี้ มีหลายแบรนด์เลยที่ถูกกระแสคลาสสิคนี้ปลุกให้ร่วมบุกตลาด “เสื้อบอล” ที่คราวนี้คำถึงเรื่องแฟชั่นมากขึ้น เน้นไปที่การมิกซ์แอนด์แมตช์นอกสนามมากขึ้น  ส่วนเรื่องการผลิตก็ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รูปแบบเก่าแล้วแม้จะอิงเรื่องดีไซน์ที่ย้อนยุคและกลิ่นอายของความคลาสสิคก็ตาม มีทั้งการสกรีนเฟล็กซ์แบบสมัยใหม่ในส่วนของโลโก้ จุดสปอนเซอร์ต่าง ๆ รวมถึงการผสานเทคนิคซับลิเมชั่นที่เป็นแบบพิมพ์ลายทั้งตัวก็ได้รับความนิยมเช่นกัน (เทคนิคนี้จำเป็นต้องใช้กระดาษซับลิเมชั่น กระดาษรองรีด และหมึกซับลิเมชั่นที่มีคุณภาพสูง) และวันนี้เราจะพาไปยลเสื้อสวย ๆ ที่รับรองได้เลยว่าใส่เตะบอลก็เท่ ใส่ไปเที่ยวก็เก๋ เชิญไปติดตามกันเลย!

เสื้อบอล x แฟชั่น : ARI MAINSTAND RETRO JERSEY 2022

แบรนด์ Ari (อาริ) เป็นแบรนด์สัญชาติไทยที่เดินหน้าสร้างตัวตนให้เป็นดั่ง “สวรรค์ของคนรักฟุตบอล” รวมรวบทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวข้องกับวงการลูกหนังให้ชาวสยามได้เลือกสรรค์ ส่วนด้านของ MAINSTAND นาทีนี้ถือเป็นหนึ่งในสื่อที่รวบรวม “อินฟลูเอนเซอร์” ด้านฟุตบอลเอาไว้ไม่น้อยกว่าสื่อกีฬาไหน ๆ เรียกว่าเป็นการ Collab ที่น่าจับตามอง ก่อนจะออกมาเป็นเสื้อตัวด้านล่างให้ทุกคนได้จับจองกันนี้เอง

เสื้อบอลคลาสสิค
Credit by : https://today.line.me/th/v2/article/nXY96yM

โดยตัวลวดลายของเสื้อนั้นได้แรงบันดาลใจจากยุค 90s และหากสังเกตดี ๆ แพทเทิร์นบนลายเสื้อก็คือตัว “M” ซึ่งก็หมายถึง Mainstand บนตัวเสื้อจะมีแค่โลโก้ของ อาริ กับ เมนสแตนด์ เท่านั้นที่เป็นแบบแปะลงบนพื้นผิว ส่วนลวดลายกราฟิกของเสื้อเป็นงานพิมพ์ลายแบบซับลิเมชั่น นอกจากจะมีความโดดเด่นแล้ว เทคนิคการพิมพ์แบบนี้นั้นทำให้ผ้านั้นไม่หนัก ต่างจากเสื้อบอลยุค 90s จริง ๆ ที่จะเป็นงานปักที่หนักอึ้ง รวมถึงตัวผ้าที่บอกเลยว่าถ้าใส่หน้าร้อนเมืองไทยนั้นมีตัวเปียกแน่นอน แถมคัตติ้งของเสื้อตัวนี้ได้ตอกย้ำความคลาสสิคเข้าไปอีกด้วย “คอปก” ผสานกับลวดลายแบบตัดที่เรียกว่า Pin Stripes หากใครเกิดทัน หรือเสพย์เสื้อบอลแนวนี้จะทราบดีว่านี่เป็นลายที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น

เสื้อบอล x แฟชั่น : Ari x Indigoskins “Become a Legend”

เป็นการ Collaboration ของสองวงการ อาริ ตัวแทนด้านแฟชั่นกีฬาเจ้าเก่า คราวนี้รวมพลังกับแบรนด์ยีนส์สุดพรีเมียมสัญชาติไทย อย่าง Indigoskins ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ นำเอาเอกลักษณ์ของเหล่าทีมฟุตบอลในความทรงจำ รวมถึงแรงบันดาลใจของเสื้อบอลระดับตำนาน ผสมผสานกับลายไทยอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อินดิโก้สกินส์ ดีไซน์โดย อาริ ที่มีความเข้าใจกับความเป็นโมเดิร์นฟุตบอลได้เป็นอย่างดี

เสื้อบอลคลาสสิค
Credit by : https://www.mainstand.co.th/th/news/8/article/8648

โดยในคอลเลคชั่นนี้มีถึง 5 ลายด้วยกัน ชูโรงด้วยชุดแข่งแบบเต็มตัว Indigoskins x Ari Performance Jersey ตัวชูโรงที่ใช้ “ลายบ่อบัว” สัญลักษณ์ของแบรนด์ และ “ลายรดน้ำ” งานประณีตศิลป์ของไทย ตามด้วยอีก 4 ชุดที่เป็นแบบย้อนยุค บ่อบัวคราม, สามกษัตริย์, สุวรรณสมุทร และ กระหนกเปลว ซึ่งทุกชุดนั้นจะเป็นเทคนิคเดียวกัน คือ เสื้อพิมพ์ลายทั้งตัว อาจสอดแทรกเทคนิคกระบวนการพิเศษของ อาริ ในเรื่องของตัวโลโก้และสปอนเซอร์

เสื้อบอลคลาสสิค ไม่จำเป็นต้องเก่าอีกต่อไป?

เลือกปิดท้ายกันแบบนี้ก็ต้องขออภัยกลุ่มคนที่รักเสื้อวินเทจก่อนเลย ซึ่งเรานั้นทราบดีว่ามูลค่าของเสื้อวินเทจฟุตบอลจริง ๆ มีราคาที่วัดกันตามสตอรี่ ดีไซน์ และคุณค่าทางจิตใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทางเลือกของกลุ่มคนที่เน้นในเรื่องของดีไซน์จริง ๆ อยากใส่เสื้อบอลแนวเรโทรแบบใหม่ก็มีไม่น้อย พิสูจน์ได้ตรงที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง ไนกี้ และ อาดิดาส เลือกที่จะผลิตชุดแข่งแบบเรโทรให้แฟนบอลได้เก็บสะสมกันในช่วงที่ผ่านมา แถมยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ออกมาเท่าไหร่ก็ขายเหมือนแจกฟรี

ยิ่งหากต้องการสวมด้วยความเบาสบาย สำหรับแบรนด์หน้าใหม่ หรือต้องการเริ่มต้นในวงการนี้ การเลือกผลิตแบบเสื้อพิมพ์ด้วยงานซับลิเมชั่นนั้นเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้บริโภค สุดท้ายก็อยู่ที่ความชอบใครความชอบมัน แต่ถ้าหากคุณรักที่จะใส่แบบสวยใสไร้ตำหนิ งานผลิตแบบใหม่ที่เรานำเสนอวันนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอน!

Credit : Cover Image by https://www.nike.com/in/football/jersey-culture

สาระทั่วไป
15/03/2023

เกาะกระแสเทรนด์ Sustainability งาน Sublimation ก็ Eco Friendly ได้

จั่วหัวกันมาแบบนี้ อาจจะฟังดูยกยอปอปั้นงานซับลิเมชั่นเกินไปหน่อย แต่ที่เราจะนำมาแชร์กันผ่านเนื้อหาวันนี้มันคือข้อเท็จจริง โดยเฉพาะหากคุณต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจของคุณแบบ Eco Friendly ตามเทรนด์ Sustainability ที่ตอนนี้นั้นไม่ใช่แค่เทรนด์ และอาจจะกลายเป็นก้าวแรกของหลาย ๆ องค์กรที่ต้องการพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืน

นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะสิ่งแวดล้อมและชีวิตสำคัญไม่แพ้ผลกำไรทางธุรกิจ สตาร์ทถูกวิธีก็จะมีแต่อะไรดี ๆ เกิดขึ้นแน่นอน!

Eco Friendly
Image by rawpixel.com on Freepik

Eco Friendly ได้จริงหรือ ? Sublimation x Sustainability

ที่ผ่านมา กรรมวิธีการย้อมสีแบบเก่าที่นิยมกันมาเนิ่นนาน การผลิตสิ่งทอด้วยกระบวนการที่ว่านี้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวการหลักเลยก็ยังได้! เพราะสิ่งนี้ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำในอุตสาหกรรมทั่วโลกถึง 17-20% รวมถึงขยะมูลฝอยจำนวนมากที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเครื่องย้อมผ้าเริ่มตกรุ่น แต่แม้เมื่อไม่กี่ปีมานี้จะมีการผลักดันให้อุตสาหกรรมสิ่งทอสะอาดขึ้นในบางกระบวนการ แต่ก็ยังมีอยู่มากที่ยังคงใช้วิธีแบบเดิม ซึ่งสวนกันกับแนวทางเทรนด์ Sustainability ในปัจจุบัน และดูไม่ Eco Friendly เท่าไหร่นัก..

แต่อย่างที่ทราบกันดี หากใครที่อยู่ในวงการนี้มาสักพักจะเห็นว่าเทคนิคซับลิเมชั่นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการสกรีน การย้อมสี แบบเก่า โดยการพิมพ์แบบซับลิเมชั่น หรือ Sublimation Printing นั้นไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้น้ำและไม่ใช่การย้อมหมึก แต่สามารถให้สีที่สดใสและมีความทนทานในทุกการออกแบบ ส่วนแนวทางที่จะนำพาเรามุ่งสู่เทรนด์ดังกล่าวด้วยสิ่งนี้ เรามีแนวทางของ Purnaa ซึ่งได้ประเมินผลกระทบของการพิมพ์แบบซับลิเมชั่นที่มีต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมแบ่งปันแนวทางที่พวกเขาได้สร้างระบบการพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ ก้าวแรกของการเรียนรู้สู่ความยั่งยืน

Eco Friendly
Image by Freepik

Sublimation Printing สู่กระบวนการพิมพ์รักษ์โลกแบบครบวงจร ?

หากพูดถึงการสกรีน การย้อมสี แบบดั้งเดิม “น้ำ” เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการย้อมสีสำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอส่วนใหญ่ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายโอนสีย้อมเข้าสู่สิ่งทอ ใช้น้ำปริมาณกว่า 200 ตัน ต่อการย้อมผ้าเพียง 1 ตัน นี่นับว่าเป็นปริมาณมาก แถมเรื่องการควบคุมน้ำที่ไม่ดีของเทศบาล อาจทำให้น้ำเหล่านี้กลับสู่ระบบนิเวศเดิมด้วยสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจรวมถึงสารเคมีก่อมะเร็ง สีย้อม เกือล และโลหะหนัก สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมลภาวะต่อแหล่งน้ำดื่มที่จำเป็นอีกต่างหาก

กลับกัน กระบวนการของ Sublimation Printing ไม่ได้ใช้น้ำเป็นหลักในการปรินท์ เปลี่ยนเป็นใช้ความร้อนแทน ด้วยเทคนิคการพิมพ์โดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “การระเหิด” หมึกไปสู่กระดาษซับลิเมชั่น แม้จะยังมีหลายสิ่งอย่างที่ต้องปรับปรุง แต่คุณสามารถเลือกใช้แนวทางต่อไปนี้ยกระดับให้เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่นคุณควบคู่ไปกับการรักษ์โลกได้

Eco Friendly
Image by Freepik

แนวทางปฏิบัติสำหรับงานซับลิเมชั่นสู่เทรนด์ Sustainability

  1. สอบถามซัพพลายเออร์เกี่ยวกับเรื่องของหมึกซับลิเมชั่น เช็คว่ามีสารประกอบของบรรดาสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs : สารเคมีที่ก่อให้เกิดมลพิษทำลายโอโซน) หรือไม่ หากผู้ผลิตหมึกของคุณให้การรับรองของผลิตภัณฑ์ได้ ก็พร้อมดำเนินการได้เลย
  2. หลีกเลี่ยงหมึกพิมพ์ที่มีโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม หรือปรอท หากมีซัพพลายเออร์ที่เป็นสมาชิกของ The Ecological and Toxicological Association of Dyes and Organic Pigments Manufacturers (ETAD) มีใบรับรอง มั่นใจได้ว่าปลอดสารที่กล่าวไปข้างต้นชัวร์
  3. พิจารณาเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ ซึ่งการพิมพ์แบบระเหิดส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ เนื่องจากหมึกซับลิเมชั่นต้องจับตัวกันทางเคมีกับโพลีเมอร์ ซึ่งไม่มีอยู่ในเส้นใยธรรมชาติ และสิ่งนี้นั้นก่อให้เกิดไมโครพลาสติกในน้ำได้ ใช้เวลานานมากในการย่อยสลาย หากคุณสามารถดีลกับซัพพลายเออร์ให้ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิลได้จะช่วยอย่างมาก พร้อมทั้งมีวิธีตรวจสอบลูกค้าของคุณว่ามีวิธีรีไซเคิลผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเมื่อหมดอายุการใช้งาน

ทั้ง 3 แนวทางที่ได้กล่าวมา ข้อสุดท้ายนี้อาจจะยากและจำกัดกระบวนการทางธุรกิจพอสมควร หากทำได้จะส่งผลที่ดีมากต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากจะเป็นการเริ่มต้นสู่ความยั่งยืนขององค์กรคุณ นี่ยังช่วยให้บรรดาซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องนั้นเดินไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี ควรค่าต่อการเริ่มต้นอย่างมากเลยทีเดียว

Cover Image : Image by Freepik

ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.purnaa.com/post/sustainability-in-sublimation-printing

https://www.auspirit.com/is-dye-sublimation-sustainable/

สาระทั่วไป
27/02/2023

Dye-Sub เทรนด์ปี 2023 ยกระดับธุรกิจด้วย Industry 4.0

มากันที่ข่าวสารอัพเดตล่าสุดเกี่ยวกับอุตสาหกรรม Dye-Sub หรืองานพิมพ์ซับลิเมชั่นที่เราคลุกคลีกันบ้าง โดยเนื้อหาที่นำมาแบ่งปันกันวันนี้เป็นการวิจัยพิเศษจาก The Future of Dye-Sublimation Printing เป็นคาดการณ์ที่เคยตีพิมพ์เมื่อปี 2019 ก่อนจะถูกเผยแพร่ซ้ำในปี 2023 นี้ คีย์สำคัญคือการติดตามว่าตลาดนี้ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากมูลค่า 6.99 พันล้านยูโร (ประมาณสองแสนล้านบาท) ขยับเป็น 7.63 พันล้านยูโร (ประมาณสามแสนล้านบาท) ภายในระยะเวลาแค่ปี 2017-2018 ได้อย่างไร ซึ่งจากข้อมูลที่มีตีความคร่าว ๆ ได้ว่าตลาดนี้นั้นมีความแข็งแกร่งและเติบโตได้ไวมาก

อัตราการขยายตัวความต้องการสำหรับอุตสาหกรรมซับลิเมชั่นทั่วโลกนั้นลดลงในช่วงครึ่งทศวรรษแรก ซึ่งก็เป็นช่วงปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้มีการเติบโตช้า การปรับตัวเพื่อให้พร้อมสำหรับยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงเป็นเรื่องสำคัญ และต่อไปนี้เป็นแนวโน้มสำคัญที่จะช่วยยกระดับธุรกิจคุณ

การพิมพ์เพื่อผลิตภาพที่สูงขึ้น

ในรายงานกล่าวว่าผู้จำหน่ายอุปกรณ์ Dye-Sub อดีตนั้นได้ลูกค้าใหม่ด้วยการขายเครื่องพิมพ์ระดับเริ่มต้น จากนั้นจะเป็นเส้นทางสู่การอัพเกรดอย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องจักรระดับสูงผ่านโซลูชั่นสำหรับตลาดระดับกลาง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโมดูล เพิ่มหัวพิมพ์ หรืออาจหมายถึงการซื้อเครื่องใหม่ในแต่ละขั้นตอน

Dye-Sub
Image by usertrmk on Freepik

ความต้องการของโซลูชั่นต้นทุนต่ำและปริมาณที่มากขึ้นกำลังผลักดันการพิมพ์แบบรอบเดียว ซึ่งเป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่โดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับเครื่องพิมพ์ระดับไฮเอนด์ที่มีหัวพิมพ์จำนวนมากขึ้น

การสำรวจเครื่องจักใหม่ที่เปิดตัวสู่ตลาดขององค์กรวิจัย Smithers ในปี 2016-2017 ระบุว่ามีการเปิดตัวเครื่องจักรมากขึ้นในราคาระดับบนของตลาดการผลิตระดับกลาง สิ่งสำคัญคือเครื่องเหล่านี้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถชะลอความจำเป็นในการลงทุนครั้งใหญ่สำหรับผู้ให้บริการ แต่สามารถให้ผลผลิตเต็มรูปแบบได้ในขณะเดียวกัน เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้

ผลักดันระบบอัตโนมัติให้ดียิ่งขึ้น

ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมไหน การเข้าถึงระบบอัตโนมัติเป็นเรื่องจำเป็นต่อการยกระดับสู่ Industry 4.0 ที่มีปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลเป็นแกนนำ ซึ่งในทางปฏิบัติ การพิมพ์ดิจิทัลช่วยให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้นสำหรับการทำงานระยะสั้นถึงระยะกลาง เมื่อเทียบการพิมพ์แบบเดิม โดยลดเวลาในการเตรียมงานลง

Dye-Sub
Image by usertrmk on Freepik

นอกเหนือจากนี้ การเพิมผลิตภาพเพิ่มเติมในงาน Dye-Sub นั้นใกล้เข้ามาและระบบอัตโนมัติสามารถยกระดับสิ่งเหล่านี้ได้ :

  • การบรรจุ หมึกซับลิเมชั่น กระดาษซับลิเมชั่น กระดาษทรานเฟอร์ และ กระดาษรองรีด
  • การทำความสะอาดหัวพิมพ์และการจัดตำแหน่ง
  • การจัดการกระดาษ
  • ซอฟต์แวร์สำหรับการสั่งพิมพ์ผ่านเว็บและการจัดการสื่อสิ่งพิมพ์

วิวัฒนาการของแฟชั่นและการค้าปลีกออนไลน์

ความแพร่หลายของโลกอินเทอร์เน็ตในฐานะช่องทางการขายที่สร้างอิมแพคอย่างมากต่อระบบซัพพลายเชนสำหรับผ้าพิมพ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นและเสื้อผ้าที่เกี่ยวข้อง เทรนด์สำคัญอย่างหนึ่งของ ZARA แบรนด์ใหญ่ที่เป็นผู้บุกเบิก “Fast Fashion” การเปลี่ยนของแฟชั่นที่รวดเร็ว และการเปิดตัวคอลเลกชั่นหลายชุดในซีซั่นประจำไตรมาส แถมยังมีการเพิ่มจำนวนของ “มินิซีซั่น” ลงในระบบร้านค้าออนไลน์และเว็บไซต์ เป็นคำตอบที่ชัดเจนของเรื่องนี้

Dye-Sub
Image by rawpixel.com on Freepik

ดีไซเนอร์ และ ซัพพลายเชน รวมถึง “เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่น” ระดับสูงได้มารตฐานสากลที่สามารถพลิกโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ได้นั้นมีความได้เปรียบทางการค้าอย่างมาก แพลตฟอร์มการพิมพ์ดิจิทัล เช่น Dye-Sub เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยในเรื่องนี้ ช่วยสร้างอิมแพคแบบทวีคูณหากผู้ให้บริการรวมมือกับซอฟต์แวร์สมัยใหม่ เพื่อทำงานร่วมกับผู้ค้าปลีกและแบรนด์ในการออกแบบเรียลไทม์ ทำให้การสร้างเสื้อผ้าทำได้รวดเร็วขึ้น

และโลกออนไลน์ใบเดียวกันนี้แหละที่จะใช้ในการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ข้อมูลต่าง ๆ สามารถใช้เป็นตัวกำหนดการออกแบบ คาดการณ์ได้ว่าความเปลี่ยนแปลงแบบไหนจะเป็นเทรนด์ในอนาคต ด้วยระยะเวลาที่สั้นลงเรื่องของซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นตัวช่วยชั้นดี ที่จะสร้างยอดขายและเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจ

Cover Image by : Image by rawpixel.com on Freepik

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก :

Dye Sublimation Printer Market 2023 Upcoming Trends and Forecast to 2028 | New Revenue Report by Prominent Players, and Incredible Growth Opportunities – MarketWatch

Dye Sublimation Printing Market Key Trends | Smithers

สาระทั่วไป
15/01/2023

เครื่องปริ้น สำหรับงานซับลิเมชั่น ปี 2023 สำหรับมือใหม่!

สำหรับงานซับลิเมชั่นแล้ว สิ่งที่เราชวนคุยชวนอ่านกันมาตลอดส่วนมากจะเป็นเรื่องของเทคนิค รวมถึงเทรนด์ต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมนี้ จนบางทีก็อาจจะละเลยสิ่งสำคัญพื้นฐานอย่าง “เครื่องปริ้น” กันไปเลย เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากรู้ว่าหากต้องการเริ่มต้นกับสิ่งนี้ ต้องใช้สเปคเครื่องแบบไหน และปัจจุบันนั้นมีแบรนด์ไหนบ้างที่ตอบโจทย์งานเฉพาะด้านนี้แบบเต็มประสิทธิภาพ หากคุณเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้ กำลังรู้สึกสงสัยใคร่รู้ล่ะก็.. บอกเลยวันนี้คุณมาถูกทางแล้ว

แนะนำเครื่องปริ้นซับลิเมชั่นปี 2023 ใช้งานง่าย ฟังก์ชั่นล้ำ

เริ่มต้นเดือนแรกของปี 2023 เราก็อยากจะมีอะไรเด็ด ๆ มานำเสนอแด่มิตรรักชาวซับฯ กันสักหน่อย โดยเฉพาะใครก็ตามที่กำลังจด ๆ จ้อง ๆ ลังเลอยู่ว่าจะเข้าสู่วงการนี้ดีหรือเปล่า… รวมถึงกลุ่มคนที่ติดตามกันอยู่แล้ว อยากจะอัพเกรดเครื่องไม้เครื่องมือ ยกระดับงานซับลิเมชั่นของคุณขึ้นไปอีกขั้น รับรองเลยว่า 2 เครื่องปริ้นสำหรับงานซับลิเมชั่นที่เรานำมาให้คุณได้ทำความรู้จัก พร้อมเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมีใครมองข้ามได้เลยล่ะ

เครื่องปริ้น Epson EcoTank ET-15000 Wireless Printer

จากหลาย ๆ สำนักที่เกี่ยวกับวงการนี้ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าตัว Epson EcoTank ET-15000 Wireless Printer นั้นเป็นหนึ่งในเครื่องปริ้นซับลิเมชั่นที่ดีที่สุดในตลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตที่เหนือกว่า ความคุ้มค่า ตัวเลือกการเชื่อมต่ออันแสนยืดหยุ่น และฟังก์ชั่นทีเด็ดอย่าง “Precision Core” ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ล้วนปลาบปลื้ม เรียกได้ว่านี่เป็นเครื่องปริ้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับมือให้ ที่สามารถรังสรรค์ผลงานคุณภาพระดับมือาชีพได้!

Epson ET-15000 มีขนาด 22.7 x 17.6 x 13 นิ้ว มีน้ำหนักเพียง 12.5 กิโลกรัม ด้วยความที่เบาขนาดนี้ ทำให้การเคลื่อนย้ายทำได้ง่ายดายสุด ๆ

เครื่องปริ้น
Image by https://www.amazon.co.uk/Epson-C11CH96401CA-EcoTank-ET-15000/dp/B08BGCNKQ7?th=1

เรื่องของข้อมูลเทคนิค เครื่องนี้ใช้ชิปสำหรับการทำงานที่มีความรวดเร็วและมีความหนาแน่นสูง สามารถสร้างจุด สร้างเม็ดสีได้มากถึง 40,000,000 จุดแบบสมบูรณ์ต่อวินาที อีกสองสิ่งที่สำคัญนอกจากคุณภาพชิปของเครื่อง คือ ไม่เปลืองหมึกหากเทียบกับรุ่นก่อน รุ่นนี้ลดการใช้หมึกโดยรวมได้ถึง 90% และราคาไม่สูง

จุดเด่น

  • สามารถจัดหน้ากระดาษได้หลากหลาย
  • ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
  • ไม่เปลืองหมึก
  • ราคาย่อมเยาว์

ข้อสังเกต

  • ไม่ใช่เครื่องปริ้นเฉพาะทาง 100 เปอร์เซนต์ ต้องปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อใช้งานกับซับลิเมชั่น

เครื่องปริ้น Epson WorkForce WF-7720 Wireless Printer

ค่ายเดียวกันเลย และก็ยังคงโดดเด่นเหนือคู่แข่งด้วยเทคโนโลยี “Precision Core” เจ้าสิ่งนี้ทำให้ความเร็วในการพิมพ์ของ Epson WorkForce WF 7720 อยู่ที่ประมาณ 10 หน้าต่อนาที (PPM) สำหรับพิมพ์สี ส่วนงานขาวดำจะอยู่ที่ 18 หน้าต่อนาทีกันเลยทีเดียว!

ความเร็วเหล่านี้เทียบได้กับความเร็วของการพิมพ์ขาวดำในรุ่น WF 3702 (20 หน้าต่อนาที)ค่ายเดียวกัน แต่สำหรับเครื่องนี้นั้นให้รายละเอียดของสีและภาพที่ดีกว่า เพราะถ้าหากต้องการแค่ความเร็วแล้ว ตัว HP Office Jet Pro 9015 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมกว่า

เครื่องปริ้น
Image by https://www.bestbuy.com/site/epson-workforce-wf-7720-wireless-all-in-one-inkjet-printer-black/6059900.p?skuId=6059900&intl=nosplash

หากคุณกำลังมองหาเครื่องปริ้นเพื่อต่อยอดงานซับลิเมชั่นของคุณ เรื่องของความเร็วที่อยู่ในระดับหัวแถว คุณภาพยอดเยี่ยม ควบคุมใช้งานง่ายผ่านแอพ Epson Connect นี่ถือเป็นเครื่องมือที่ควรค่าแก่การสถิตย์อยู่ในสเตชั่นของคุณอย่างมาก!  

จุดเด่น

  • ป้อนเอกสารอัตโนมัติ
  • จุกระดาษได้เยอะ
  • คุณภาพการพิมพ์แบบไร้ขอบที่ยอดเยี่ยม
  • ใช้งานง่าย ทันสมัยด้วยแอพพลิเคชั่น

จุดสังเกต

  • ใช้หมึกจำนวนมากสำหรับงานพิมพ์แบบไร้ขอบ

เมื่อคุณภาพไม่หนีกัน ความเร็วและส่วนประกอบอื่นจะเป็นตัวตัดสิน ?

ในตลาดเครื่องปริ้นงานซับลิเมชั่นที่ไม่ใช่แบบเฉพาะทาง เครื่องแบบเต็มระบบที่มาพร้อมกับราคาสุดอลังการ ในระดับเริ่มต้นนั้นคุณภาพต่าง ๆ การใช้งานจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

จากที่ไล่รีเซิร์ชสเปคและความนิยมจากแหล่งต่าง ๆ ก่อนจะมาคัดเหลือแค่ 2 รายชื่อนี้ มันมีเหตุผลตรงที่เครื่องของ EPSON มีเทคโนโลยี Precision Core ที่ทำให้เรื่องความเร็วกับคุณภาพนั้นมาพร้อมกัน และมันสามารถยกระดับให้ทัดเทียมกันได้ด้วยอุปกรณ์อื่น เช่น กระดาษซับลิเมชั่น หมึกซับลิเมชั่น กระดาษทรานเฟอร์ และกระดาษรองรีด ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล 

ฉะนั้น เรื่องของราคาเครื่องและความเร็วในการทำงานจึงน่าจะเป็นตัวชี้วัดอันดับต้น ๆ หากคุณต้องการเริ่มต้นสร้างธุรกิจแบบราคาย่อมเยาว์ก่อนก้าวไปสู่ระดับมืออาชีพ เครื่องปริ้นพร้อมสตาร์ทเตอร์แพคดี ๆ สักเซ็ตถือเป็นคีย์แมนของวงการนี้.. เตรียมกระดาษซับลิเมชั่น และหมึกให้พร้อมลุย !..

Cover Image : Image by Freepik

Credits : ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น, สาระทั่วไป, หมึกซับลิเมชั่น
16/12/2022

เสื้อผ้ากีฬา x รักษ์โลก “ซับลิเมชั่น” พร้อมเป็นทางเลือก?

ในวงการซับลิเมชั่น หากใครที่คลุกคลีกันมาสักพักหรือทำธุรกิจมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของ “ซับลิเมชั่น” น่าจะเคยได้ยินมาบ้างว่าการพิมพ์แบบซับลิเมชั่นทำงานได้ดีกับเส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์เท่านั้น แต่ตัวของโพลีเอสเตอร์เองไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร (แม้แต่วัสดุที่ทำจากขวดน้ำรีไซเคิลก็ตาม) และหาก เสื้อผ้ากีฬา ที่ทำจากเส้นใยเหล่านี้ไม่ถูกฝังกลบ สุดท้ายก็มันก็จะไปจบลงที่รูปแบบไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่ส่งเสริมการ “รักษ์โลก” เท่าไหร่นัก และทุกวันนี้ sustain product ก็กำลังเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังมุ่งมั่นปลุกกระแสให้ชาวโลกตื่นตัวกันมากขึ้นในทุกวันนี้

ยิ่งเป็นแบรนด์ “ยักษ์ใหญ่” ยิ่งต้องใส่ใจเรื่อง “รักษ์โลก”

แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง อาดิดาส พวกเขาดินหน้าลุยแคมเปญ “รักษ์โลก” มาหลายปีแล้ว โดยมีการร่วมมือกับ พาร์ลีย์ ฟอร์ ดิ โอเชียนส์ (Parley for the Oceans) ซึ่งไม่ใช่แค่ไลน์ผลิตเสื้อฟุตบอลเท่านั้น เพราะไลน์แฟชั่นอย่าง อาดิดาส ออริจินอลส์ ก็ยังเดินหน้าสานต่อแคมเปญนี้อย่างต่อเนื่อง เพิ่งจะเปิดตัวเสือผ้าภายใต้แคมเปญ ไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งเทคนิคที่น่าสนใจนั้นอยู่ที่ “เสื้อบอล” เสียมากกว่า

เสื้อผ้ากีฬา
Image by gameplan-a.com

ตัวอย่างแคมเปญ อาดิดาส x พาร์ลีย์ ” เสื้อผ้ากีฬา รักษ์โลก”

เสื้อบอลที่เป็นแคมเปญ อาดิดาส x พาร์ลีย์ ชุดแข่งของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังอย่าง เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งสองทีมนั้นถูกออกแบบด้วยสีประจำสโมสรล้วนทั้งชุด ส่วนตัวโลโก้สโมสรนั้นทำจากพลาสติกจากมหาสมุทร และลายพิมพ์อันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยด้วยเทคนิคเฉพาะตัวของแบรนด์ โดยทั้งชุดนี้นั้นเป็นสร้างขึ้นจากมลพิษพลาสติกที่อยู่ในทะเล ก่อนถูกนำมาผ่านกระบวนการทำความสะอาดแบบ “พาร์ลีย์”

เสื้อผ้ากีฬา
Image by diarioavance.com

นอกจากจะใช้วัสดุที่รักโลกแบบสุด ๆ แคมเปญนี้ยังสะท้อนเรื่องราวและคงความเป็นเอกลักษณ์ของเสื้อแข่งฟุตบอลเอาไว้ ผสมผสานกับกลิ่นอายความมุ่งมั่นของ พาร์ลีย์ ที่มีต่อมหาสมุทร แม้ว่าตัวโลโก้สโมสรของ เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค จะเห็นแค่เพียงลาง ๆ แต่ความตั้งใจนี้ก็เป็นข้อตกลงที่ทาง อาดิดาส กับ พาร์ลีย์ อยากจะให้ชุดแข่งจากแคมเปญนี้มีความยั่งยืน ใช้ได้นานที่สุด และไม่กลับมาเป็นมลพิษของโลกแบบง่าย ๆ นั่นเอง

แล้วงานเทคนิคซับลิเมชั่นบน เสื้อผ้ากีฬา “รักษ์โลก” แค่ไหน?

แวะไปพูดถึงเรื่องอื่นเสียยืดยาว แต่ประเด็นสำคัญที่เราจะพูดถึงก็ยังเป็นเรื่องของ “ซับลิเมชั่น” ซึ่งจริง ๆ แล้วเชื่อว่าแคมเปญ อาดิดาส x พาร์ลีย์ นั้นอาจจะใช้เทคนิคขั้นพื้นฐานในการสกรีนลายเสื้อผ้ากีฬา ด้วยเทคนี้นั่นแหละ แต่การเป็นแบรนด์ใหญ่ก็มักจะใช้ชื่อเทคนิคเฉพาะเพื่อสร้างแบรนดิ้งให้เป็นเทคโนโลยีของบริษัท เพราะเอาเข้าจริงการใช้กระบวนการซับลิเมชั่นก็ทำให้คุณเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าการสกรีนแบบดั้งเดิมมากกมายแล้ว ด้วยเทคนิคซับลิเมชั่น คุณจะใช้น้ำหมึกเพียง 5 มิลลิลิตร เท่านั้น ต่ออัตราส่วนสำหรับการย้อมเสื้อผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 1 กิโลกรัม ซึ่งต่างจากการย้อมแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้น้ำหมึกมากถึง 200 ลิตร สำหรับเสื้อผ้าในปริมาณที่เท่ากัน!

นอกจากเรื่องของตัวหมึกเองแล้ว ตลอดกระบวนการคุณยังไม่จำเป็นต้องใช้สารอันตรายใด ๆ ลงบนผ้าเหมือนกับการย้อมแบบเก่า แถมการใช้เทคนิคซับลิเมชั่นยังแทรกซึมเส้นใยในระดับเซลล์ ไม่ถูกชะล้างออกไปง่าย ให้ผลดีกว่าการย้อมแบบเดิม ๆ อย่างมาก

เริ่มธุรกิจและรักษ์โลกไปพร้อมกันได้ด้วยเทคนิคซับลิเมชั่น

ในส่วนของกระบวนการสกรีนเสื้อด้วยเทคนิคซับลิเมชั่น รวมถึงการทำลวดลายด้วยเทคนิคนี้บนวัสดุแบบอื่นเพื่อเป็นสินค้าต่าง ๆ เรามีบทความแนะนำมากมายให้เลือกอ่าน และหากคุณกำลังมีแผนที่จะทำธุรกิจ อย่าง “เสื้อผ้ากีฬา” ที่ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าการใช้เทคนิคพิมพ์ลายแบบซับลิเมชั่นกำลังมาแรงแบบสุด ๆ เป็น “ตัวตึง” แห่งวงการทำเสื้อผ้ากีฬาเลยก็ว่าได้ แถมนอกจากจะทำง่ายและสะดวกกว่าการสกรีนเฟลกซ์แบบดั้งเดิมแล้วยังรักษ์โลกอีกต่างหาก ลองศึกษากระบวนการซับลิเมชั่นดู บางทีอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับโลกปัจจุบันนี้!

Cover Image : https://www.soccerbible.com/performance/football-apparel/2016/11/adidas-launch-parley-for-the-oceans-collection

Credits: Hanrun paper และ Designboom

สาระทั่วไป
25/11/2022

ส่องเสื้อชุดแข่ง บอลโลก 2022 สุดชิค ลุคแฟชั่น “Jersey Culture”

กระแสตอนนี้คงไม่มีเรื่องไหนถูกพูดถึงไปมากกว่า “บอลโลก 2022” อีกแล้ว ใช่เลย… ที่เราจะมาขอแจมพูดถึงกระแสของมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาตินี้ คงหนีไม่พ้นสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับงาน “ซับลิเมชั่น” นั่นก็คือ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก… เอ้ย ! ไม่ใช่สิ.. เรื่องนั้นปล่อยให้แฟนบอลตามโซเชียลเขาวิจารณ์กันต่อไปนะ เราไม่ขอเอ่ย.. เพราะส่วนที่เราจะพาไปส่องไปข้องแวะเป็นเรื่องของ “แฟชั่นชุดแข่ง” หรือเสื้อบอลโลกของแต่ละชาติที่ลวดลายต่าง ๆ ที่สวยงามล้วนมาจากกระบวนการซับลิเมชั่นทั้งสิ้นนั่นเอง 

ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ครั้งนี้หลาย ๆ ชาตินั้นถูกนำเสนอตัวตน ศิลปะวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ผ่านเสื้อบอลที่ใช้ร่วมการแข่งขันศึกครั้งนี้ ซึ่งบอกเลยว่าเสื้อบอลเดี๋ยวนี้แต่งตัวแมตช์ได้หลายลุค มากกว่าจะเป็นแค่ลุคสปอร์ตแบบแต่ก่อนอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

คัดมาแล้ว ! 7 อันดับ ทีมชาติ “เสื้อสวย” บอลโลก 2022

จากทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน บอลโลก 2022 รอบสุดท้าย 32 ทีม ถ้าจะนำเสนอทั้งหมดมันก็ไม่ใช่การจัดอันดับสิเนอะ ฉะนั้น เราจึงขออาสาคัดเสื้อทีมชาติ 7 ทีม ที่เราได้ตามส่องจากหลายเว็บหลายสื่อแล้วว่าได้รับความนิยม มีความสวยงาม ดีไซน์มีความยูนีค เผื่อจะเปิดโลกไอเดียให้คุณได้ออกแบบเสื้อกีฬาด้วยเทคนิคซับลิเมชั่นที่ถนัด เอาล่ะ.. ไปติดตามกันได้เลย

7. ทีมชาติเกาหลีใต้ (ชุดเหย้า) แบรนด์ NIKE

ถูกส่งเข้าประกวดโดย NIKE เรียกว่าดูดีมีระดับมาก ๆ กับโทนสีแดงที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับทัพโสมขาว เสริมลุคไฮแฟชั่นด้วยคอปกสีดำ มีลายเสือพาดเล็กน้อยบนแขนทั้งสองข้าง เพียงพอที่จะทำให้โลโกทีมรูปเสือ สัญลักษณ์ของพวกเขาดูดุดันขึ้นมา คุ้มค่าแก่การอยู่บนร่างกายของ ซน เฮือง-มิน คีย์แมนของพวกเขาจริง ๆ

บอลโลก 2022
Credit image by https://news.paddypower.com

6. ทีมชาติอาร์เจนติน่า (ชุดเหย้า) แบรนด์ Adidas

สาวกลูกหนังผู้นิยมความคลาสสิคไม่มีผิดหวังแน่นอนกับเสื้อของอาร์เจนไตน์ที่ออกแบบมาร่วมบอลโลกครั้งนี้โดย Adidas เอาแค่คู่สี “ฟ้า-ขาว” อันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขานั้นช่างไหลลื่น และเป็นคีย์สำคัญที่ทำให้เสื้อเหย้าชาติของ ลิโอเนล เมสซี่ นั้นดูดีเสมอมา

บอลโลก 2022
Credit image by https://www.architecturaldigest.com

5. ทีมชาติออสเตรเลีย (ชุดเหย้า) แบรนด์ NIKE

อันนี้ต้องบอกว่าถูกใจมิตรรักแดนจิงโจ้กันอย่างมาก เมื่อ Nike ได้ทำตามสิ่งที่พวกเรียกร้องเสมอมาคือการนำถุงเท้าสีขาวมาอยู่ในชุดเหย้า และมันก็ดูลงตัวสุด ๆ เมื่อรวมกับเสื้อสีทองที่มีการเล่นสีหลายเฉดทำให้ดูมีมิติมากขึ้น รวมเข้ากับกางเกงสีเขียว ต้องบอกว่าชุดนี้ดูดีทั้งแบบเต็ม หรือจะมีแค่เสื้อมาใส่เป็นแฟชั่นก็ทำได้ดีทั้งสองแบบ

บอลโลก 2022
Credit image by https://www.codesports.com.au

4. ทีมชาติเม็กซิโก (ชุดเหย้า) แบรนด์ Adidas

จริง ๆ แล้วเสื้อตัวนี้ใช้เพียงแค่สองสีเท่านั้นเอง แต่การนำลวดลายสุดยูนีค ลายที่นำเสนอความเป็นรากเหง้าความเป็นม็กซิกัน จากเสื้อสีขาวดูเรียบแต่พอถูกสาดด้วยลายสีแดง ทำให้เสื้อตัวนี้กลายเป็นความสวยงามแบบมีลวดลาย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิค ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายเว็บไซต์จึงยกให้ตัวนี้สวยติดอันดับต้น ๆ อยู่เกือบทุกที่

บอลโลก 2022
Credit image by https://www.goal.com

3. ทีมชาติเดนมาร์ก (ทุกชุด) แบรนด์ Hummel

ทุกชุดของทัพโคนมรอบนี้ตั้งใจใช้เป็นสัญลักษณ์ในการประท้วงเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศเจ้าภาพกาตาร์ ตัวแบรนด์เองได้กล่าวว่าจะใช้สีเฉดเดียวกับเสื้อแต่ละชุดเพื่อไม่ให้โลโก้และ “ลายบั้ง” สัญลักษณ์ของแบรนด์ปรากฎในศึกครั้งนี้ แต่ทำไปทำมาพอออกสู่สายตาสาธารณชน นี่กลายเป็นหนึ่งการออกแบบที่เรียบแต่ดูชิคมากที่สุดครั้งนึงเลย

บอลโลก 2022
Credit image by https://www.soccerbible.com

2. ทีมชาติญี่ปุ่น (ชุดเหย้า) แบรนด์ Adidas

ไม่เสียชื่อที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งชาติที่แตกตัวสนุกจัด และการลุยศึกบอลโลกครั้งนี้ของทัพซามูไร ทาง Adidas ได้นำเอาสัญลักษณ์ “โอริงามิ” พากย์ไทยว่า “นกกระเรียนพับกระดาษ” เป็นลวดลายกราฟิกสีขาวไล่เฉดอยู่บนตัวเสื้อสีน้ำเงินได้อย่างลงตัว ไม่รู้ผลพวงแห่งความมั่นใจนี้ส่งผลให้พวกเขาจัดการ เยอรมนี ได้สำเร็จในเกมแบ่งกลุ่มนัดแรกด้วยหรือเปล่า!

บอลโลก 2022
Credit image by https://www.adidas.com

1. ทีมชาติเยอรมนี (ชุดเหย้า) แบรนด์ Adidas

การวางโลโก้ทีมชาติไว้ตรงกลางนั้นเป็นดีไซน์ที่ไม่ใช่ว่าจะได้กับทุกชุด แต่การออกแบบครั้งนี้ของทัพอินทรีเหล็กนั้นลงตัวมาก นั่นเป็นเพราะมีลายพาดตรงกลางสีดำเป็นพื้นหลังตัดกับเสื้อสีขาว ในส่วนของโลโก้แบรนด์กับทีมชาตินั้นถูกขับด้วยสีทอง นี่เป็นอีกหนึ่งชุดของชาติแดนเบียร์ที่สวยจริง ๆ

บอลโลก 2022
Credit image by https://www.gogoalshop.net.cn

Bonus Track: เสื้อลายโดนใจสายซับลิเมชั่น

ส่วน Bonus Track หรือจะบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวก็ได้ แต่รับรองว่าถูกใจสายซับลิเมชั่นแน่นอนทั้งการออกแบบ และกระบวนการทำมันเหมาะกับเทคนิคนี้แบบสุด ๆ คือชุดเยือนของ “เกาหลีใต้” เสื้อสีดำถูกสาดด้วยสีต่าง ๆ บอกเลยว่าเสี่ยงมากที่จะออกมาไม่ดี แต่กับชุดนี้นั้นทำได้ยอดเยี่ยม อยากจะหามาใส่สักตัวจริง ๆ เลยเชียว

Credit image by https://www.sportskeeda.com

ถ้าใครยังจำได้ว่าเราได้พูดถึงเทรนด์ของการออกแบบที่จะมาในปีหน้า จะเห็นว่าการไล่เฉดสีและกราฟิกแบบล้ำ ๆ แต่ต้องมากับดีไซน์ที่ทำให้ดูไม่ล้นนั้นกำลังมา หลายชุดที่ติดอันดับก็มีเทรนด์การออกแบบนี้ ส่วนใครที่ร้อนวิชาอยากจะดีไซน์เสื้อกีฬาให้ทันเทรนด์ปี 2023 ซึ่งบอกเลยว่างานลวดลายนั้น “มาแน่” อ่านจบแล้วเตรียมเครื่องมือให้พร้อม ออกไปลุยกันเลย !

เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

Credit cover image : https://www.goal.com/en-kw/news/adidas-2022-world-cup-kits/blt11a3719f101ca262

สาระทั่วไป
12/11/2022

เทรนด์ กราฟิกดีไซน์ ปี 2023 เจาะงานเด่น เน้นเทคนิคซับลิเมชั่น

บรรยากาศลมหนาวมาเยือนแบบนี้ (แกล้ง ๆ สมมติตามฤดูแล้วกันนะ) เป็นสัญญาณของของการเข้าสู่ปลายปีเชื่อมสู่ปีถัดไป และถ้าเป็นเรื่องของแฟชั่นแล้วล่ะก็ การอัพเดตให้ทันเทรนด์เป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด และวันนี้เราจะมาพูดถึงเทรนด์ของงาน “กราฟิกดีไซน์” ที่ตอนนี้ได้ถูกคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าในปี 2023 ที่กำลังจะมาถึงนั้นจะมีงานออกแบบสไตล์ไหนที่เป็นที่นิยมบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าในโลกของแฟชั่นนั้นเราก็จะเห็นว่าบางอย่างก็เวียนกลับมาผสมผสานกับสิ่งใหม่ที่สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นสัดส่วนที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ และก็เช่นเดียวกันกับหลาย ๆ เทรนด์ที่ถูกคาดการณ์ไว้แล้ว ที่เรากำลังจะพูดถึงภายในเนื้อหาด้านล่างต่อไปนี้..

กราฟิกดีไซน์
Image by Freepik

10 อันดับ เทรนด์งาน กราฟิกดีไซน์ ปี 2023

  • Minimal Vintage
  • Photographic Branding
  • The Return of the Sans Serif
  • Rich Jewel Colours
  • Distorted Type
  • Liquid Gradients 
  • Flared Fonts
  • Metaverse
  • Sci-Fi Logos
  • Condensed Typography

ท็อปเทรนด์ กราฟิกดีไซน์ ที่เข้าทางเทคนิคซับลิเมชั่น

เทรนด์การออกแบบที่ได้รับการคาดหมายเลยว่าจะสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจในปี 2023 ได้แก่ แฟลร์ฟอนต์ (Flared Fonts), เมตาเวิร์ส (Metaverse) และการสร้างแบรนด์ด้วยภาพถ่าย (Photographic Branding) โดยฟีลส่วนใหญ่แล้วจะมุ่งไปที่ “โลกอนาคต” เรียกว่าใช้ธีมนี้เป็นตัวกำหนดโทนเลยก็ว่าได้ นอกจาก 3 แบบหลักที่กล่าวไปยังมีการออกแบบแนว Sci-fi รวมถึงการไล่ระดับสี Liquid Gardients ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละแบบนั้นเหมาะสมกับเทคนิคซับเลเมชั่นอย่างยิ่ง

กราฟิกดีไซน์
Image by adweek.com

ยกตัวอย่าง Liquid Gardients ที่น่าสนใจ

จริง ๆ แล้วเทคนิคนี้แบบดั้งเดิมเป็นการใช้พวกสีน้ำมันในโทนที่ใกล้เคียงกันวาดภาพแบบไล่สีนั่นเอง เป็นเทรนด์ที่มีมานานแล้ว และก็ถูกคาดการณ์ว่าจะคัมแบคในปี 2023 นี้อีก ซึ่งการกลับมาคราวนี้ คุณสามารถนำเทคนิค Liquid Gardients ไปใช้สอดแทรกเป็นสีฟอนต์ก็ได้ หรือจะพวกสีบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ตลอดจนลวดลายสีบนเสื้อผ้า นอกจากจะสะดุดตาแล้ว ยังสื่อได้หลายอารมณ์ ทำให้งานออกแบบดูน่าสนใจอย่างมีนัยยะ

และถ้าในปัจจุบันหากคุณอยากจบงานแบบนี้บนโปรแกรมกราฟิกดีไซน์ก็สามารถทำได้เช่นกัน ในส่วนของกระบวนการออกแบบบนคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมกราฟิกต่าง ๆ แอพพลิเคชั่น บอกเลยว่านั่นไม่ยากเท่ากับการสกรีนให้ทุกสี ทุกรายละเอียด ให้ออกมาเพอร์เฟกต์ลงบนวัสดุต่าง ๆ ที่คุณอยากให้งานศิลปะลงไปสถิตย์อยู่บนชิ้นงานนั้น.. ว่าแล้วอย่ารอช้า เรารีบไปเตรียมกระดาษซับลิเมชั่น หมึกซับฯ กระดาษรองรีด และเซ็ตอัพเครื่องต่าง ๆ ให้พร้อมลุยงานสกรีนกันเถอะ !

เหมาะกับเทคนิคซับลิเมชั่นยังไง?

ที่บอกว่าเทรนด์ทั้งหมดที่พูดไปในหัวข้อก่อนนั้นเหมาะกับงานซับลิเมชั่น ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลย โดยเฉพาะหากคุณต้องการให้งานกราฟิกดีไซน์ในอุดมคติถูกถ่ายทอดลงวัสดุชิ้นงานต่าง ๆ แบบครบถ้วน ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว

ด้วยความที่ต้องใช้สีเยอะ มีความซับซ้อนในแต่ละลวดลายสูง รวมถึงเรื่องของการผสมสีของหมึกบนค่า CMYK หากเป็นงานสกรีนบล็อคบอกเลยว่าต้องใช้เทคนิคขั้นสูงมาก ๆ ในการทำ แต่พอเป็นเทคนิคซับลิเมชั่น เรื่องพวกนี้นั้นทำได้ง่ายกว่ามาก เพราะไม่ว่าจะใช้โทนสีผสมยากแค่ไหน ใช้สีในแต่ละลายเยอะเท่าไหร่ เพียงตั้งค่ากำหนดเครื่องปรินท์ให้ได้มาตรฐาน ใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับซับลิเมชั่นอย่างถูกวิธี ขั้นตอนที่ยุ่งยากของงานสกรีนแบบเก่า จะถูกเซอร์วิสแบบครบถ้วนด้วยเทคนี้ชนิดที่คุณหายห่วงได้เลย

กราฟิกดีไซน์
Image by Freepik

เทรนด์กราฟิกนี้มาแน่ อัพเดตก่อน ลุยก่อนได้เปรียบ!

เทรนด์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่กระแสนิยมที่ผ่านมาผ่านไปรวดเร็วเหมือนอากาศหนาวเมืองไทย ! แต่เทรนด์กราฟิกดีไซน์รวมถึงงานฟอนต์ที่เรานำเสนอและคาดการณ์ว่า “มาแน่” ในปี 2023 จะเป็นตัวกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับกราฟิกดีไซเนอร์ในการผลิตงานสร้างสรรค์ที่ให้ความรู้สึกสดใหม่ ตรงประเด็น และล้ำสมัย ซึ่งอย่างหลังนี้ก็สอดคล้องกับหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังเปลี่ยนถ่ายไปสู่เทรนด์แห่งอนาคต เรียกว่าเป็นปีที่หน้าตื่นเต้นสำหรับนักออกแบบ  ส่วนใครที่เป็นผู้ประกอบการ มองหาดีไซน์สำหรับธุรกิจคุณ อย่าลืมนึกถึงงานซับลิเมชั่น รับรองว่าตอบโจทย์กับเทรนด์นี้ได้แน่นอน

Cover Image : Image by pikisuperstar on Freepik

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก :

https://www.indesignskills.com/inspiration/the-10-biggest-graphic-design-trends-of-2023/

https://www.creativeboom.com/features/biggest-trends-in-graphic-design-for-2023/

สาระทั่วไป
27/10/2022

“อยากให้ลอง” ส่องแอพพลิเคชั่นออกแบบ mockup สุดฮิตสำหรับซับลิเมชั่น

ขอต่อกันอีกสักเอพิโซดแล้วกันนะ สำหรับเรื่องของตัวช่วยการออกแบบ mockup ก่อนที่จะนำเสนอความปังสู่วัสดุเพื่องานซับลิเมชั่นทั้งหลาย ใช่แล้ว… เรากำลังจะพูดถึง “ซอฟต์แวร์” ซึ่งก็หมายถึงทั้งตัวโปรแกรมที่ใช้สำหรับบนคอมพิวเตอร์ โน้ตบุค และแอพพลิเคชั่นที่ใช้บนสมาร์ทโฟน แท็บเลต ต่าง ๆ นั่นเอง

แนะนำ 3 แอพพลิเคชั่นออกแบบ mockup ตรงรุ่นสุดสำหรับงานซับลิเมชั่น 

เมื่อคราวก่อนเราพาไปรู้จักกับแอพ Canva กันแบบเต็ม ๆ แต่วันนี้จัดให้อีกถึง 3 ตัวเลือก และแน่นอนทั้ง 3 ตัวช่วยนี้นั้นก็ต่างมีจุดเด่นจุดติที่แตกต่างกันไป ถ้าพร้อมที่จะทำความรู้จักแล้ว ลองไปอ่านรายละเอียดดูกันหน่อยว่ามีแบบไหนบ้างที่ตรงสไตล์คุณ ลุยกันเลย!

mockup

Adobe Express

สำหรับ Adobe Creative Cloud Express นั้นมีชื่อเดิมว่า Spark ว่ากันว่านี่เป็นหนึ่งในแอพออกแบบที่ง่ายที่สุดสำหรับใช้กับงานซับลิเมชั่น ด้วยตัวช่วย (Wizard) ที่คอยแนะนำคุณในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นยันจบงาน ถือว่าตอบโจทย์อย่างมากสำหรับมือใหม่

แอพนี้ก็เหมือนหลายแอพหลายโปรแกรมที่เดี๋ยวนี้มักจะมีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้ อยากได้ฟีเจอร์ที่แอดวานซ์กว่าต้องจ่ายเพิ่ม ทว่า ตัวนี้เวอร์ชั่นฟรีก็เพียงพอต่องานประเภทนี้แล้ว รวมถึงการที่เป็นแอพที่พัฒนามาจากโปรแกรมบนเดสก์ทอป ซึ่งมักจะมีปัญหาเรื่องการใช้งานยาก แต่ AE ก็ได้ตัดหลาย ๆ ฟีเจอร์ที่มีขั้นตอนยุ่งยากออกไป เหลือไว้เท่าที่จำเป็นสำหรับการใช้งานบนมือถือ เพื่อให้ง่ายต่องานออกแบบ mockup ของคุณมากที่สุด

mockup

Adobe Express เหมาะอย่างมากสำหรับการทำ โลโก้ ออกแบบหน้าเว็บ และแต่งภาพโดยทั่วไป เรียกว่าตอบโจทย์ที่สุดเลยสำหรับงานซับลิเมชั่นที่ต้องการความรวดเร็ว 

ข้อดี

  • ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายรูป ลากและวางได้อย่างรวดเร็ว
  • มีสต็อคภาพถ่ายและอาร์ตเวิร์คให้ใช้งานหลากหลาย

ข้อสังเกต

  • ไม่มีเครื่องมือวาดภาพเวคเตอร์
  • จำกัดการจัดการวัตถุในระดับพื้นฐานเท่านั้น  

Case Study : คุณเพียงแค่ออกแบบจากเครื่องมือ ไอคอน หรือเทมเพลตที่ AE เตรียมมาให้ฟรี จากนั้นสั่งปริ้นท์ลงกระดาษ และเพียงวางกระดาษรองรีดเพื่อเริ่มกระบวนการซับลิเมชั่น จะเห็นว่าโปรแกรมช่วยคุณลดเวลางานออกแบบได้เยอะ เพื่อใช้เวลากับการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการในงานซับลิเมชั่นมากขึ้น

Inkscape

หากคุณเคยใช้ Adobe Illustrator โปรแกรมยอดฮิตสุดครบเครื่องมาก่อน ไม่มีเหตุผลใดเลยที่คุณจะไม่อยากลองใช้ Inkscape โดยเฉพาะสำหรับการทำงานเพื่อซับลิเมชั่น!

จากหลายความเห็นของกราฟิกดีไซเนอร์ที่เคยใช้งานทั้งคู่ บางเรื่องนั้น Inkscape เหมือนจะทำได้ดีกว่า เช่น การแก้ไขการไล่ระดับสีและแองเคอร์พอยท์ รวมถึงเครื่องมือสำหรับข้อความก็ดูดีกว่า ใช้งานง่ายกว่า

mockup

แต่ในความดีงามนั้นก็ต้องแลกมาด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากเล็กน้อย เนื่องจากแอพนี้ต้องมีการใช้ส่วนเสริมเพื่อให้สามารถบันทึกไฟล์เป็น PNG หรือ JPG แต่สำหรับ PDF กับ SVG ที่ใช้ได้กับงานซับลิเมชั่น อิงค์สเคป นั้นทำได้อยู่แล้ว

ความอิสระในการสร้างงานดีไซน์นั้นเกือบจะเทียบเท่ากับ Adobe Illustrator แม้จะมีข้อจำกัดอื่น ๆ อย่าง ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับหลายเลเยอร์ แต่การใช้สำหรับงานซับลิเมชั่นนั้นถือว่าเพียงพอแล้ว

ข้อดี

  • มีเครื่องมือสำหรับแก้ไขและไล่ระดับสีได้ละเอียด
  • มีเครื่องมือวาดภาพเวคเตอร์และบรัชส์ที่ยอดเยี่ยม
  • การวงเลยเอาท์ของเครื่องมือทำได้ดี ใช้งานง่าย

ข้อสังเกต

  • ยังมีข้อจำกัดในการเลือกนามสกุลในการเซฟไฟล์งาน
  • เครื่องมือข้อความดีได้มากกกว่านี้
  • รองรับการพิมพ์แบบจำกัด

Corel Draw

ในแวดวงของคนที่ใช้งานแอพสำหรับออกแบบ Corel Draw เป็นโปรแกรมที่ทรงพลังมาก เปรียบเสมือนเป็นร้านค้าครบวงจรที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์ทุกการออกแบบของคุณได้อย่างอิสระ จะเป็นหน้าเว็บหรือการพิมพ์แบบ 3 มิติ โปรแกรมนี้ให้คุณออกแบบได้ตามจินตนาการ สู่การเนรมิตงานสุดยูนีค และที่พูดมาทั้งหมดมันก็ดีต่องานซับลิเมชั่น!

ที่ได้รับคำชมสุด ๆ เลย Corel Draw มีเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ ไล่ตั้งแต่การวาดเวคเตอร์ รูปภาพ การแก้ไขภาพและข้อความ

mockup

แต่ก็นั่นแหละ เมื่อครบเครื่องซะขนาดนี้ก็ต้องแลกมาด้วยการทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือทั้งหมด ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควร แม้จะสามารถปรับแต่งตรงแท็บเครื่องมือได้ มันก็ต้องลองใช้งานดูก่อนว่าคุณถนัดการวางเลย์เอาต์แบบไหน เครื่องมือไหนใช้มากน้อย แล้วค่อยจัดเรียงให้ทำงานได้สะดวกต่อคุณที่สุด

ข้อดี

  • มีเครื่องมือแก้ไขที่ค่อนข้างครบเครื่อง ไล่เฉดสีได้ละเอียด
  • มีเครื่องมือสำหรับวาดภาพเวคเตอร์และบรัชส์ที่ใช้งานได้เป็นอย่างดี
  • สามารถปรับแต่งแท็บเครื่องมือได้

ข้อสังเกต

  • มีปัญหาการนำเข้าภาพ Bitmap ซึ่งบางครั้งก็ทำได้ แต่บางครั้งก็ไม่ได้คุณภาพเท่าที่ต้องการ

ตาคุณแล้ว! พิสูจน์ทุกแอพ รังสรรค์ mockup ได้ด้วยตัวคุณเอง

หากคุณกำลังมองหาแอพพลิเคชั่นสำหรับออกแบบ หรือจะเฉพาะเจาะจงลงไปอีกว่าต้องเข้ากันได้กับงานซับลิเมชั่น บอกเลยว่า 3 แอพที่เราได้นำเสนอนั้นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมากตลอด 1-2 ปี ที่ผ่านมา 

ส่วนจะดีแค่ไหน ให้อิสระต่อการออกแบบในงานของคุณมากน้อยเพียงใด ช่วงเวลาต่อจากนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องหาคำตอบเองแล้วล่ะ โหลดเลย!

สาระทั่วไป