16/03/2024

“สร้างอิทธิพลต่อการซื้อ” เทคนิคการจับคู่สี ออกแบบโลโก้ งานสกรีนเสื้อยืด

หากใครกำลังออกแบบโลโก้ คิดลายงานสกรีนเสื้ออยู่ รวมไปถึงทำป้ายร้าน ป้ายโฆษณา แบนเนอร์ต่าง ๆ และยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเลือกสีอะไรดี สีที่ชอบ สีที่ใช้ สีที่ถูกโฉลก หรือมีการจับคู่สีอย่างไรดี เพื่อให้งานที่ดีไซน์ออกมาดูสอดคล้องกัน สวยงาม กลมกลืน เหมาะกับสินค้า.. คุณมาถูกที่แล้ว ! บทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจถึงการจับคู่สีมากขึ้น รวมถึงเข้าใจว่าทำไมการจับคู่สีให้เหมาะสมจึงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการซื้อหรือใช้บริการของลูกค้า อย่างที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปดู เทคนิคการจับคู่สี กันเลยดีกว่า

มาดูกัน เทคนิคการจับคู่สี มีหลักการอย่างไร

หากได้ยินคำว่า เทคนิคการจับคู่สี เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ทำงานเกี่ยวกับงานศิลปะและดีไซน์ คงสามารถนึกเทคนิคออกมาได้เยอะ แต่สำหรับในบทความนี้จะยกตัวอย่างเทคนิคที่เป็นกระแสนิยมที่คนส่วนใหญ่ได้ใช้กันทั่วโลก ที่จะต้องปูพื้นฐานให้แน่นก่อน จำเป็นจะต้องรู้จัก วงล้อสี (Color Wheel) เป็นแผนภาพหรือเครื่องมือที่ใช้ในการสามารถจัดเรียงและแสดงสีทั้งหมด โดยจะสามารถแบ่งได้เป็น 3 Layer คือ

  • สีหลัก (Primary color) หรือแม่สี สีแดง, สีเหลือง และสีน้ำเงิน
  • สีรอง (Secondary color) เป็นสีที่เกิดจากการผสมกันระหว่างสีหลัก สีส้ม, สีเขียว และสีม่วง
  • สีตติยภูมิ (Tertiary color) เป็นสีที่เกิดจากการผสมกันระหว่างสีหลักและสีรอง ส้มเหลือง, ส้มแดง, เขียวเหลือง, เขียวน้ำเงิน, ม่วงแดง และม่วงน้ำเงิน
เทคนิคการจับคู่สี
Image by master1305 on Freepik

นอกจากสีในแต่ละ Layrer ที่คุณได้รู้จักแล้วด้านบน จริง ๆ เพียงแค่นี้ก็ว้าวแล้วสำหรับการนำไอเดียไปออกแบบ แต่หากคุณได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “โทนสี” อีกซักหน่อย จะทำให้คุณออกแบบงานได้ตรงกับคอนเซ็ปงานและเล่นกับความรู้สึกที่อยากจะสื่อผ่านงานออกแบบของคุณได้มากยิ่งขึ้น ! ซึ่ง โทนสี สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ตามหลายคำจำกัดความ แต่ในบทความนี้จะขอยกโทนสีออกเป็น 2 ประเภท โดยแบ่งได้เป็นสีโทนเย็นและสีโทนร้อน ถ้าหากเราลากเส้นกึ่งกลางตัดตรงกลางระหว่างวงล้อสี จะสามารถแบ่งสีโทนร้อนและโทนเย็นออกจากกันได้ทันที 

  • สีโทนเย็น เป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกสงบ น่าค้นหา ความสันโดษ
  • สีโทนร้อน เป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกมีพลัง อบอุ่น โดดเด่น สะดุดตา

แค่สองโทนก็ทำให้คุณออกแบบงานในระดับพื้นฐานถึงระดับปานกลางแล้วแหละ เช่น ถ้าคุณมีร้านชาบูหมาล่า และคุณให้คอนเซ็ปสินค้าคือเผ็ดซ่าชาลิ้น ดังนั้น ถ้าคุณจะออกแบบลายเสื้อสกรีนของพนักงานร้าน คุณเลือกที่จะออกแบบไปใน โทนสีไหน ??? คุณรู้คำตอบอยู่แล้วแหละ ! เริ่มแบ่งเส้นตัดที่วงล้อสีได้เลย !!! และถ้าคุณจะใช้วิธีสกรีนลวดลายเสื้อผ่านเทคนิคซับลิเมชัน ก็อย่าลืมเตรียม กระดาษรองรีด กระดาษซับลิเมชัน และ หมึกซับลิเมชัน ให้พร้อม..

รวมเด็ด เทคนิคการจับคู่สี ที่ใช้ได้ตลอดกาล

เมื่อได้ทำความเข้าใจกับวงล้อสีแล้ว ต่อไปเป็นการทำความเข้าใจกับเทคนิคการจับคู่สี ซึ่งมีอยู่หลากหลายเทคนิค ซึ่งในแต่ละงานก็จะมีการเลือกใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน โดยตัวอย่างเทคนิคที่ใช้กันอย่างแพร่หลายจะสามารถแบ่งได้เป็น

1. เทคนิคเลือกคู่สีตรงข้าม (Complementary color scheme)

เทคนิคการจับคู่สี แรกคือการเลือกสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงล้อสีเพื่อให้สีตัดกัน เช่น สีเขียวกับสีแดง หรือ สีน้ำเงินกับสีส้ม เป็นต้น ซึ่งสีประเภทดังกล่าวจะเป็นสีที่เมื่อตัดกันแล้วจะมีความโดดเด่นและสดใส

2. เทคนิคเลือกคู่สีที่ใกล้เคียงกัน (Analogous color scheme)

คือการเลือกคู่สีที่อยู่เฉดหรือโทนสีใกล้เคียงกันหรือติดกันในวงล้อสี เช่น สีฟ้า, สีเขียว และสีน้ำเงินอมเขียว เป็นต้น โดยวิธีเลือกคู่สีที่ใกล้เคียงกันมักใช้เพื่อให้สร้างความรู้สึกกลมกลืน สามัคคี 

3. เทคนิคเลือกคู่สีแบบสมดุล (Triadic color scheme)

คือการเลือกสีจากในวงล้อโดยให้เลือก 3 จุดตรงข้ามกัน (ตัดจุดกันให้เป็นสามเหลี่ยม) เช่น การเลือกสีแดง, เหลือง และน้ำเงิน เป็นต้น วิธีดังกล่าวจะสร้างความสมดุลกันอย่างลงตัว และถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่เมื่อใช้แล้วจะทำให้น่าดึงดูด

4. เทคนิคเลือกคู่สีแบบเดียว (Monochromatic color scheme)

คือการเลือกสีที่อยู่ในโทนเดียวกันนำมาผสมกัน โดยหลักการนี้มีคนเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากชื่อของหลักการอาจจะทำให้สับสน โดยเสน่ห์ของการเลือกใช้โทนสีเดียวคือการเลือกสีเดียวกันแต่ปรับแต่ง Saturation เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา และทำให้งานออกมาดูหรูหรา

เทคนิคการจับคู่สี
Image by Freepik

แรวม Website ที่ช่วยในการออกแบบจับคู่สี

หากใครที่ไม่มีเวลาว่างพอหรืออาจต้องการตัวช่วยและทางลัดในการจับคู่สีให้เข้ากัน ตอนนี้ได้มีหลาย Website ที่ได้ทำการพัฒนาจนสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ทุคนสามารถเข้าไปใช้งาน ซึ่งเครื่องมือที่อยู่ในเว็บไซต์เหล่านี้จะช่วยจับคู่สีให้ตามที่ต้องการ มาดูกันว่า เทคนิคการจับคู่สี ของเว็บไหนมีความน่าสนใจบ้าง

Canva 

https://www.canva.com/colors/color-wheel/

ทุกคนคงจะรู้จัก Canva.com กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายและเป็นเว็บไซต์อันดับต้น ๆ เมื่อพูดถึงการตกแต่งรูปภาพ หรือ วีดีโอ ฯลฯ แต่ทุกคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า Canva มี Feature ที่สามารถจับคู่สีได้เช่นกัน โดยใน Feature นี้ก็จะให้เราเลือกว่า เราต้องการจับคู่สีไปตามหลักการใด เช่น หลักการแบบ Analogous scheme (หลักการเลือกคู่สีที่ใกล้เคียงกัน) เป็นต้น

โดยรวมถือเป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ง่ายและที่สำคัญคือฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ 

Paletton

https://paletton.com/

เป็นเว็บไซต์ที่สร้างคู่มือที่ทำให้ทุกคนสามารถเลือกจับคู่สีได้ตามใจชอบ ซึ่งสามารถเลือกได้ด้วยว่าต้องการให้สีจับคู่เป็นไปตามหลักการใด โดยมีหลักการให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น หลักการแบบเลือกคู่สีที่ใกล้เคียงกัน (Analogous color scheme) หรือหลักการเลือกสีแบบสมดุล (Triadic color scheme) เป็นต้น และเมื่อได้เลือกสีที่ถูกใจแล้ว ก็สามารถนำโค้ดสีที่ขึ้นโชว์ไปใช้ในงานได้  

Coolers

https://coolors.co/

เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถจับคู่สีได้อย่างมีสีสัน โดยสำหรับเว็บไซต์นี้จะสามารถเลือกได้ว่าต้องการสร้างหรือจับคู่สีขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง แบบไม่ซ้ำใคร หรือถ้าหากใครที่ต้องการสีที่ทางเว็บไซต์จัดไว้ให้อยู่แล้ว ก็สามารถเลือกสรรได้ตามที่ต้องการ

เทคนิคการจับคู่สี
Image by senivpetro on Freepik

Key Takeaway

เทคนิคการจับคู่สี ถือว่ามีหลากหลายเป็นอย่างมาก โดยการเลือกใช้เทคนิคต่าง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของตัวผลิตภัณฑ์หรืองานบริการนั้น ๆ ว่าต้องการให้งานดีไซน์ดังกล่าวออกมาในรูปแบบใด ซึ่งหากคุณต้องการตัวช่วยในการทำงานหรือเลือกคู่สี ในยุคสมัยปัจจุบันที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง ทำให้มีหลากหลายเว็บไซต์ที่เข้ามาแข่งขันกันจนทำให้เกิดเว็บไซต์ที่สร้างคู่มือในการช่วยจับคู่สีตามตัวอย่างข้างต้น ซึ่งจะทำให้ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ออกแบบได้มาก

Cover Image : Image by Freepik

สาระทั่วไป
13/12/2023

วิธีเลือกหมึกซับลิเมชั่น ไขข้อข้องใจเลือกหมึกแบบไหน เหมาะกับงานคุณ ?

หมึกซับลิเมชั่น (Sublimation Ink) เป็นหมึกชนิดพิเศษที่ใช้ในการพิมพ์ภาพลงบนวัสดุต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า แก้ว กระเบื้อง หรือวัสดุเคลือบอื่น ๆ โดยใช้ความร้อนในการถ่ายโอนหมึกจาก กระดาษซับลิเมชั่น ไปยังวัสดุ ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัด สวยงาม และทนทาน เหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพสูง นวัตกรรมสุดล้ำนี้ช่วยให้ภาพถ่ายและลวดลายต่าง ๆ ติดทนนาน แต่ก่อนจะพิมพ์ผลงานให้สวยปัง คุณต้องมี วิธีเลือกหมึกซับลิเมชั่น ให้เหมาะกับงานก่อน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ พร้อมแนะนำหมึกแต่ละประเภท ให้คุณได้มีความรู้และเลือกได้อย่างมั่นใจ

วิธีเลือกหมึกซับลิเมชั่น

ประเภทของหมึกซับลิเมชั่น

หมึกซับลิเมชั่นมี 2 ประเภทหลักๆ ที่แตกต่างกันตามคุณสมบัติและเหมาะกับงานเฉพาะด้าน ดังนี้

1. หมึกซับลิเมชั่นชนิดน้ำ (Dye-Sublimation Ink)

  • ข้อดี: ราคาถูก ใช้งานง่าย ให้สีสดใส
  • ข้อเสีย: ทนทานน้อยกว่าหมึกชนิดแข็ง ภาพอาจซีดจางเมื่อโดนแสงแดด
  • เหมาะสำหรับ: งานพิมพ์ที่ต้องการสีสันสดใส เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋าพิมพ์ลาย ของใช้ชั่วคราว

2. หมึกซับลิเมชั่นชนิดแข็ง (Pigment-Sublimation Ink)

  • ข้อดี: ทนทานต่อแสงและการซักล้าง ภาพคมชัด สวยงามยาวนาน
  • ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าหมึกชนิดน้ำ
  • เหมาะสำหรับ: งานพิมพ์ที่ต้องการความทนทาน เช่น เสื้อยูนิฟอร์ม ปลอกหมอน ผ้าม่าน งานพิมพ์ที่ต้องโดนแดดเป็นเวลานาน

วิธีเลือกหมึกซับลิเมชั่น ให้เหมาะสม

นอกจากประเภท ยังต้องดู “คุณสมบัติ” ด้วย

  • ความสามารถในการยึดเกาะ: หมึกบางชนิดเหมาะกับวัสดุเฉพาะ เช่น หมึกสำหรับพิมพ์บนแก้วจะต่างจากหมึกสำหรับพิมพ์บนผ้า
  • ความเร็วในการแห้ง: หมึกบางชนิดแห้งเร็ว เหมาะสำหรับการพิมพ์จำนวนมาก
  • ความเป็นกรด-ด่าง: หมึกบางชนิดอาจทำลายวัสดุที่พิมพ์ ควรเลือกหมึกที่เหมาะสมกับวัสดุนั้นๆ

เกณฑ์ในการเลือกหมึกซับลิเมชั่น

  • ความต้องการ: คุณต้องการงานพิมพ์แบบใด สีสันสดใส? ทนทาน?
  • วัสดุที่พิมพ์: คุณจะพิมพ์บนวัสดุอะไร?
  • งบประมาณ: คุณมีงบประมาณเท่าไหร่?
  • ปริมาณงาน: คุณจะพิมพ์จำนวนมากแค่ไหน?
  • เลือกประเภทของหมึก ให้เหมาะกับความต้องการของคุณ
  • เลือกยี่ห้อของหมึก ที่มีชื่อเสียง
  • เปรียบเทียบราคา ของหมึกต่างๆ
  • อ่านรีวิว ของผู้ใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ

ตัวอย่างการเลือกหมึกตามงาน

  • พิมพ์เสื้อแฟชั่น: เลือกหมึกซับลิเมชั่นชนิดน้ำ ราคาถูก สีสันสดใส
  • พิมพ์ปลอกหมอน: เลือกหมึกซับลิเมชั่นชนิดแข็ง ทนต่อการซักล้าง
  • พิมพ์แก้วน้ำ: เลือกหมึกซับลิเมชั่นสำหรับแก้วโดยเฉพาะ
  • พิมพ์ผ้าม่าน: เลือกหมึกซับลิเมชั่นชนิดแข็ง ทนต่อแสงแดด

ข้อสี-ข้อเสียของหมึกซับลิเมชั่น

ข้อดีของหมึกซับลิเมชั่น

  • ภาพที่ได้มีความคมชัด สวยงาม และทนทาน เหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพสูง
  • สามารถพิมพ์ลงบนวัสดุต่างๆ เช่น เสื้อผ้า แก้ว กระเบื้อง และอื่นๆ
  • ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญมาก
  • มีราคาไม่แพง (โดยเฉพาะหมึกชนิดน้ำ)

ข้อเสียของหมึกซับลิเมชั่น

  • ต้องใช้เครื่องพิมพ์พิเศษ ที่รองรับการพิมพ์แบบซับลิเมชั่น
  • หมึกมีราคาค่อนข้างสูง (โดยเฉพาะหมึกชนิดแข็ง)
  • ภาพที่ได้อาจซีดจางลง เมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
วิธีเลือกหมึกซับลิเมชั่น
Image by vecstock on Freepik

บทสรุป.. วิธีเลือกหมึกซับลิเมชั่น คุณได้อะไรจากบทความนี้

หมึกซับลิเมชั่นเป็นหมึกชนิดพิเศษที่เหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพสูง มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ภาพที่ได้มีความคมชัด สวยงาม และทนทาน สามารถพิมพ์ลงบนวัสดุต่าง ๆ และใช้งานง่าย อย่างไรก็ตาม หมึกซับลิเมชั่นก็มีข้อเสียเช่นกัน เช่น ต้องใช้เครื่องพิมพ์พิเศษ หมึกมีราคาค่อนข้างสูง และภาพที่ได้อาจซีดจางลงเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ก่อนเลือกซื้อหมึกซับลิเมชั่น ควรพิจารณาความต้องการของคุณและเลือกประเภทของหมึกให้เหมาะสม

การศึกษา วิธีเลือกหมึกซับลิเมชั่น ให้เหมาะสมกับงานเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผลงานของคุณสวยงาม ทนทาน และคุ้มค่ากับงบประมาณ ก่อนเลือกซื้อ ควรศึกษาข้อมูลของหมึกแต่ละประเภท พิจารณาความต้องการของคุณ และอย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้คำแนะนำที่ถูกต้อง

Cover Image : Image by vecstock on Freepik

สาระทั่วไป, หมึกซับลิเมชั่น
05/11/2023

10 อันดับประเทศรักษ์โลก No.1 การผลิต สินค้ารีไซเคิล

การรีไซเคิล หรือกระบวนการการนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่นั้นเป็นหนึ่งในวิธีที่สำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการรีไซเคิลช่วยลดปริมาณขยะ และลดความต้องการในการผลิตวัสดุใหม่ นี่คือหนึ่งในวิธีที่ส่งเสริมความยั่งยืนและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนมากขึ้น และการผลิต สินค้ารีไซเคิล ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับเล็กไปถึงใหญ่

เหตุผลที่การรีไซเคิลสำคัญมากนี้เนื่องจากเมื่อเรานำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ เราสามารถลดการสร้างขยะที่จะก่อให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อมและลดความต้องการในการทำให้วัสดุใหม่ นอกจากนี้ การรีไซเคิลยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ไม้และเหล็ก ที่ใช้ในการผลิตสินค้าใหม่

สินค้ารีไซเคิล
Image by Freepik

ประเทศไหนผลิต สินค้ารีไซเคิล เก่งที่สุด 10 อันดับ

อุตสาหกรรมการรีไซเคิลขณะนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และประเทศหลายประเทศริเริ่มสนับสนุนและส่งเสริมการผลิตสินค้ารีไซเคิลที่มีคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและมั่งคั่ง ประเทศไหนบ้างที่นำด้านนี้อย่างดี มาดูกันในรายการที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดของประเทศที่ผลิตสินค้ารีไซเคิลในปี 2022-2023

1. สวีเดน (Sweden)

สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่นำเสนอการผลิตสินค้ารีไซเคิลอย่างสำเร็จ พวกเขามุ่งเน้นการลดการสร้างขยะและการใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมในการแปรรูปขยะเป็นอันดับหนึ่ง และใช้ทรัพยากรน้อยกว่าใคร ทำให้สวีเดนมีสินค้ารีไซเคิลที่มีคุณภาพสูง และสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

สวิตเซอร์แลนด์มีการจัดการขยะและการรีไซเคิลที่มีระเบียบวินัยและมีอัตราการรีไซเคิลที่สูง รัฐบาลและประชาชนมีบทบาทสำคัญในการแยกขยะและรีไซเคิล

3. จีน (China)

จีนเป็นประเทศที่ผลิตสินค้ารีไซเคิลมากมาย มีการใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลที่ทันสมัยและมีวัสดุรีไซเคิลที่มีคุณภาพสูงในการผลิตสินค้ารีไซเคิล

4. เยอรมนี (Germany)

เยอรมนีเป็นประเทศที่มีทางเรียบร้อยในการแยกขยะและโปรแกรมรีไซเคิลของพวกเขา พวกเขามีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการจัดกาลาบขยะ ส่งเสริมให้ประชาชนแยกขยะเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น กระดาษ, ขวดแก้ว, พลาสติก, และขยะอินทรีย์ โปรแกรมรีไซเคิลของเยอรมนีมักมีอัตราการรีไซเคิลที่สูง

5. สหรัฐอเมริกา (United States)

สหรัฐอเมริกามีธุรกิจรีไซเคิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการผลิตสินค้ารีไซเคิลที่หลากหลายและมีนวัตกรรม

6. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

เนเธอร์แลนด์มีการสนับสนุนในการใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิตสินค้ารีไซเคิล และมีการผลิตสินค้ารีไซเคิลที่สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้

7. นิวซีแลนด์ (New Zealand)

นิวซีแลนด์มีภาครัฐที่สนับสนุนการผลิตสินค้ารีไซเคิลและเติบโตเป็นอุตสาหกรรมรีไซเคิลที่สำเร็จ

8. เบลเยียม (Belgium)

เบลเยียมมีการสนับสนุนจากภาครัฐในการใช้วัสดุรีไซเคิล และมีธุรกิจรีไซเคิลที่กำลังเจริญรุ่งเรือง

9. ออสเตรีย (Austria)

ออสเตรียมีระบบแยกขยะที่ครอบครองและเขาลงทุนในสถานที่เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน พวกเขามีอัตราการรีไซเคิลที่สูง

10. ลิทัวเนีย (Lithuania)

ลิทัวเนียเป็นตัวอย่างของการสร้างสถานที่จัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ การแยกขยะและการรีไซเคิลมีบทบาทสำคัญในลดปริมาณขยะ นอกจากนี้ พวกเขายังเสริมสร้างการใช้พลังงานรีไซเคิลและสินค้ารีไซเคิล

สินค้ารีไซเคิล
Image by Freepik

สร้างโอกาสทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

การรีไซเคิลเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยลดปริมาณขยะ และสร้างโอกาสทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ประเทศหลายแห่งมีระบบการจัดการขยะและการรีไซเคิลที่ดี และเป็นตัวอย่างในการสนับสนุนการรีไซเคิล ประเทศที่ดำเนินการรีไซเคิลอย่างเรียบร้อยมักมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง และสร้างโอกาสในอุตสาหกรรมรีไซเคิลและสินค้ารีไซเคิล

การรีไซเคิลเป็นเส้นทางที่ยั่งยืนและสามารถทำได้ในทุกประเทศ ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการนี้โดยการแยกขยะอย่างถูกต้องและสนับสนุนการใช้วัสดุรีไซเคิล หลักการนี้ก็สามารถนำมาใช้กับการรีไซเคิลวัสดุสิ้นเปลืองหรือขยะที่เกิดจากกระบวนการซับลิเมชั่นอย่าง กระดาษรองรีด กระดาษซับลิเมชั่น สำหรับธุรกิจสกรีนเสื้อได้เช่นกัน

เพื่อโลกที่ยั่งยืน

จาก 10 อันดับที่เรานำเสนอ เกือบทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และสิ่งเหล่านี้ที่พวกเขาให้ความสำคัญ ล้วนเน้นถึงความสำคัญของการรีไซเคิลในการสร้างโลกที่ยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องให้ทุกคนร่วมมือกันในกระบวนการนี้เพื่ออนาคตที่มีคุณภาพมากขึ้นสำหรับรุ่นปัจจุบันและรุ่นถัดไป การรีไซเคิลเป็นเรื่องสำคัญและไม่มีที่สิ้นสุด และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมวัสดุรีไซเคิลและการรีไซเคิลสำหรับอนาคตที่ยั่งยืนและยั่งยืนมากขึ้น!

Cover Image : Image by Freepik

สาระทั่วไป
08/10/2023

EP. 3 เทคนิคไหนเหมาะกับ ธุรกิจสกรีนเสื้อ ของคุณ ? สกรีนปริ้น vs ซับลิเมชั่น vs ดิจิตอลปริ้นท์

มาถึงตอนสุดท้ายของซีรีส์บทความ เทคนิคไหนเหมาะกับธุรกิจสกรีนเสื้อของคุณ ? วันนี้เราจะนำเสนอตอนที่ 3 กับเทคนิคยอดนิยมที่มีคอมมูนิตี้เผยแพร่เทคนิคมากมายในแวดวงงานสกรีนอีกวิธีนึงนั่นคือ การสกรีนปริ้น (Screen Printing) ส่วนวิธีอื่น ๆ นอกจาก สกรีนปริ้น และยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เราได้ลงบทความไว้แล้ว.. ใครพลาดไป กดเข้า link นี้ไปอ่านกันได้ EP.1 เทคนิคซับลิเมชั่น EP.2 เทคนิคดิจิตอลปริ้นท์

และข้อมูลต่อไปนี้คุณจะได้รับรู้ถึงวิธีการสกรีนเสื้อแบบ การ สกรีนปริ้น (Screen Printing) วิธีที่เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพและเป็นวิธีที่แม่นยำ ได้งานเนี๊ยบสุด ๆ วิธีนึง อ่านจบแล้วคุณอาจตกผลึกได้ว่าวิธีแบบไหนเหมาะสมกับแนวทางธุรกิจสกรีนเสื้อของคุณ และวิธีใน EP.3 นี้มีเทคนิควิธีและวัสดุที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง รวมไปถึง ข้อดี- ข้อเสียของวิธีนี้ เอาล่ะ ไปเริ่มกันเลย..

การ สกรีนปริ้น คืออะไร (Screen Printing)

การพิมพ์แบบ สกรีนปริ้น (Screen Printing) เป็นเทคนิคการพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีของการสกรีนในกระบวนการพิมพ์ เสื้อผ้า, ไม้กระดาน, หรือวัตถุศิลปะที่มีช่องว่างบางส่วนซึ่งผ่านบล๊อคสกรีนได้, โดยที่ช่องว่างนี้เป็นส่วนที่จะถูกพิมพ์ลายหรือภาพ กระบวนการนี้สามารถใช้กับหลายวัตถุและวัสดุเช่น เสื้อผ้า, กระดาน, กระดาษ, และอื่น ๆ

สกรีนปริ้น
Credit : https://www.freepik.com/free-photo/person-holding-brown-wooden-board_9898359.htm

ขั้นตอนวิธีการ

การพิมพ์หน้าจอประกอบด้วยขั้นตอนพื้นฐานดังนี้:

1. เตรียมลายหรือดีไซน์: ในขั้นตอนแรก คุณจะต้องสร้างหรือเตรียมลายหรือดีไซน์ที่คุณต้องการพิมพ์บนผ้าหรือวัตถุ ลายหรือดีไซน์นี้จะถูกถ่ายโอนไปยังสกรีนในขั้นตอนถัดไป

2. สร้างบล๊อคสกรีน: หลังจากมีลายหรือดีไซน์พร้อมแล้ว คุณจะต้องสร้างบล๊อคสกรีนที่ใช้ในกระบวนการพิมพ์ นี้เป็นกระบวนการสำคัญที่ต้องใช้เส้นใยหรือที่ตามพิมพ์ เครื่องจักร หรือแสตนเลสเซ็นสตีล (stencil) เพื่อเตรียมสกรีนสำหรับการพิมพ์

3. ตั้งค่าเครื่องพิมพ์: หลังจากมีหน้าจอพร้อมแล้ว คุณจะต้องตั้งค่าเครื่องพิมพ์หรือเครื่องจักรพิมพ์เพื่อให้ถูกต้องตามขนาดและลักษณะของลายหรือดีไซน์

4. การพิมพ์: ในขั้นตอนนี้ คุณจะทาหน้าจอบนผิววัตถุที่ต้องการพิมพ์ลายด้วยหมึก หมึกจะถูกกดผ่านหน้าจอลงบนวัตถุในส่วนที่มีช่องว่างตามลายหรือดีไซน์

5. การ Drying: หลังจากการพิมพ์เสร็จสิ้น คุณจะต้องแห้งลายหรือดีไซน์ด้วยความร้อนหรือลมอบบ้าน การแห้งจะทำให้หมึกยึดอยู่กับผ้าหรือวัตถุ

6. การตรวจสอบ: หลังจากการพิมพ์และการแห้ง คุณควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของลายหรือดีไซน์และคุณภาพทั่วไป

การสกรีนปริ้นเป็นวิธีที่แม่นยำและสามารถใช้กับวัตถุหลายประเภท อย่างไรก็ตามการเตรียมบล๊อคสกรีนเป็นขั้นตอนที่สำคัญ และควรทำอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การสกรีนปริ้นเป็นกระบวนการที่ให้ความคิดสร้างสรรค์และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์พิมพ์ที่มีคุณภาพสูงได้ในลายหรือดีไซน์ตามที่คุณต้องการ

วิธีนี้ต้องเตรียม วัสดุ และ อุปกรณ์อะไรบ้าง

การสกรีนปริ้น เริ่มต้นด้วยการเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อกระบวนการ นี่คือรายการวัสดุและอุปกรณ์ที่คุณต้องการ

วัสดุและอุปกรณ์หลัก

  1. บล๊อคสกรีน เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการสกรีนปริ้น คุณต้องมีบล๊อคสกรีนที่มีเส้นใยหรือแสตนเลสเซ็นสตีล (stencil) ให้มีลายหรือดีไซน์ที่คุณต้องการพิมพ์
  2. ระบบเฟรมบล๊อคสกรีน: ระบบเฟรมบล๊อคสกรีนใช้สำหรับยึดหน้าจอในตำแหน่งที่เหมาะสมและคงทนตลอดกระบวนการ
  3. หมึก: หมึกสำหรับการสกรีนปริ้นต้องเลือกตามประเภทของวัตถุที่คุณจะพิมพ์บน มีหมึกน้ำ, หมึกพลาสติส, หมึกน้ำมัน, และหมึกยิปซีเป็นต้น โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและสีที่แตกต่างกัน.
  4. เครื่องพิมพ์บล๊อคสกรีน: เครื่องพิมพ์บล๊อคสกรีนมีหลากหลายรูปแบบ ต้องเลือกเครื่องที่เหมาะสมกับลายหรือดีไซน์ของคุณและวัตถุที่คุณพิมพ์.
  5. มีดหรือใยสี : มีดหรือใยสีใช้สำหรับดึงหมึกผ่านบล๊อคสกรีนและลงบนวัตถุ คุณต้องเลือกขนาดและความยาวของมีดที่เหมาะกับงานของคุณ
สกรีนปริ้น
Image by Freepik

Key takeaways สรุปข้อดี ข้อเสีย

ข้อดีของการสกรีนปริ้น

  1. ความหลากหลายในวัสดุ: การสกรีนปริ้นสามารถทำได้บนหลายวัสดุ เช่น ผ้า, กระดาน, กระดาษ, พลาสติก, และอื่นๆ ทำให้มีความหลากหลายในการใช้งาน
  2. ความแม่นยำสูง: การสกรีนปริ้นให้ความแม่นยำสูง ลายหรือดีไซน์ออกมาตรงตามที่คาดหวัง
  3. ความคงทน: ลายหรือดีไซน์ที่พิมพ์ด้วยการสกรีนปริ้นมีความคงทนและคงอยู่นานในการใช้งานประจำ
  4. ความสามารถในการพิมพ์สีสัน: การสกรีนปริ้นสามารถพิมพ์ลายหรือดีไซน์ที่มีสีสันหลากหลายและรายละเอียดสูงได้
  5. การผลิตจำนวนมาก: การสกรีนปริ้นเหมาะสำหรับการผลิตจำนวนมากของผลิตภัณฑ์เช่น เสื้อผ้าหรือของพิมพ์โปรโมชั่น

ข้อเสียของการสกรีนปริ้น

  1. ความซับซ้อนในการเตรียมบล๊อคสกรีน: กระบวนการเตรียมซับซ้อนและต้องใช้เวลานานเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการอื่น ๆ
  2. จำกัดในการพิมพ์รายละเอียดสูง: การสกรีนปริ้นไม่สามารถพิมพ์รายละเอียดสูงเท่ากับวิธีการอื่น เช่น การพิมพ์ดิจิทัล
  3. ค่าใช้จ่ายสูงกับการเปลี่ยนลายหรือดีไซน์: หากคุณต้องการเปลี่ยนลายหรือดีไซน์, ค่าใช้จ่ายในการสร้างบล๊อคสกรีนใหม่อาจมีความสูง.
  4. ไม่เหมาะสำหรับรายการที่มีจำนวนน้อย: การสกรีนปริ้นมักไม่คุ้มค่าสำหรับการผลิตจำนวนน้อยของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเตรียมบล๊อคสกรีนสูง
  5. จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญ: การสกรีนปริ้นต้องการความเชี่ยวชาญในการเตรียมบล๊อคสกรีน การพิมพ์ และการดูแลรักษาอุปกรณ์ ซึ่งอาจทำให้เป็นที่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์

การสกรีนปริ้นมีข้อดีมาก ๆ เรื่องความคงทนและความแม่นยำ แต่ก็มีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูงในการเตรียมบล๊อคสกรีน ดังนั้น ควรพิจารณาวัตถุประสงค์และข้อกำหนดของโปรเจ็กต์ของคุณเพื่อตัดสินใจว่าการสกรีนปริ้นเหมาะสมหรือไม่สำหรับคุณ

Credit Cover image : Image by rawpixel.com on Freepik

สาระทั่วไป
20/08/2023

EP. 2 เทคนิคไหนเหมาะกับ ธุรกิจสกรีนเสื้อ ของคุณ ? สกรีนปริ้น vs ซับลิเมชั่น vs ดิจิตอลปริ้นท์

ตอนที่ 2 ของ ซีรีส์บทความ เทคนิคไหนเหมาะกับธุรกิจสกรีนเสื้อของคุณ ? เราจะนำเสนอ 3 เทคนิคยอดนิยมที่มีคอมมูนิตี้เผยแพร่เทคนิคมากมายในแวดวงงานสกรีนคือ ประกอบไปด้วย การสกรีนปริ้น (Screen Printing) การทำซับลิเมชั่น (Sublimation) และ offset และเทคนิค ดิจิตอลปริ้นท์ (Digital Printing) สำหรับวันนี้ EP. 2 ถึงคิวที่เราจะมาต่อกันที่เทคนิคอื่น ๆ ที่เป็นทางเลือกอื่นที่น่าสนใจอย่าง ดิจิตอลปริ้นท์ (Digital Printing) อย่าง DTF และ DTG สำหรับในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ของคุณ อาจจะไม่ได้เหมาะกับเทคนิคซับลิเมชั่นที่เรานำเสนอไปแล้วใน ตอนที่ 1 หาดูได้เลยที่..

และข้อมูลต่อไปนี้คุณจะได้รับรู้ถึงวิธีการสกรีนเสื้อแบบ ดิจิตอลปริ้นท์ (Digital Printing) ที่ทันสมัย และเรียกได้ว่าตามเทรนด์ในยุคนี้ เพราะไม่ยุ่งยาก และยังได้งานคุณภาพ มีด้วยกันสองแบบที่นิยมในตอนนี้คือ DTF และ DTG ทั้งสองแบบหรือแบบไหนเหมาะสมกับแนวทางธุรกิจสกรีนเสื้อของคุณ แต่ละแบบคืออะไร มีเทคนิควิธีและวัสดุที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง เช่น เครื่องพิมพ์ กระดาษรองรีด เครื่องรีดร้อน หรืออื่น ๆ รวมไปถึง ข้อดี- ข้อเสียของวิธีนี้ เอาล่ะ ไปเริ่มกันเลย..

การพิมพ์เสื้อยืดด้วยเทคโนโลยี DTF และ DTG: วิธีง่ายๆ สำหรับผู้สนใจ

ถ้าคุณเคยสงสัยเกี่ยวกับการพิมพ์ลายหรือดีไซน์สวยงามลงบนเสื้อยืด และอยากทราบว่าเทคโนโลยี DTF และ DTG นั้นคืออะไร พร้อมวิธีการใช้งาน คุณมาถูกที่แล้ว! เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับทั้งสองเทคโนโลยีนี้กันเถอะ!

Digital Printing
Image by Freepik

ความหมายของ DTF Printing และ DTG Printing

DTF Printing (Direct-to-Film) หมายถึงกระบวนการพิมพ์ลายหรือดีไซน์โดยการนำหมึกพิมพ์พิเศษที่มีลักษณะเหมือนฟิล์มมาพ่นลงบนฟิล์มพิมพ์ แล้วนำฟิล์มนั้นมาแปะหรือเกาะลงบนผ้า เมื่อนำไปอบด้วยเครื่องอบควบคุมอุณหภูมิ หมึกพิมพ์จะถูกยับยั้งบนผ้าเสื้อ และเกาะอยู่ที่นั้น

DTG Printing (Direct-to-Garment) เป็นกระบวนการพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์พิเศษที่สามารถพิมพ์ลายหรือดีไซน์ลงบนผ้าเสื้อโดยตรง คล้ายกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์สี ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและมีความละเอียดสูง

กระบวนการ DTF Printing

  1. เตรียมไฟล์ดีไซน์: ใช้โปรแกรมกราฟิกในการสร้างดีไซน์หรือลายที่ต้องการพิมพ์ แน่นอนว่าขนาดและความละเอียดของไฟล์ต้องเหมาะสมกับเสื้อที่คุณจะพิมพ์
  2. พิมพ์ลายบนฟิล์ม: ใช้เครื่องพิมพ์พิเศษพิมพ์ลายลงบนฟิล์มพิมพ์ ที่มีหมึกพิมพ์ที่เหมาะสม
  3. การทำความร้อนและการเกาะ: นำฟิล์มที่พิมพ์แล้วมาเกาะหรือแปะลงบนเสื้อ จากนั้นนำไปอบด้วยเครื่องอบที่ควบคุมอุณหภูมิและเวลา ทำให้หมึกพิมพ์เกาะที่ผ้าเสื้อ
  4. การเตรียมใช้งาน: เมื่อหมึกพิมพ์เกาะที่ผ้าเสื้อแล้ว คุณสามารถสวมใส่เสื้อได้ทันที

กระบวนการ DTG Printing

  1. เตรียมไฟล์ดีไซน์: เช่นเดียวกับ DTF Printing ใช้โปรแกรมกราฟิกในการสร้างดีไซน์หรือลายที่ต้องการพิมพ์
  2. พิมพ์ลายบนเสื้อ: ใช้เครื่องพิมพ์ DTG ในการพิมพ์ลายลงบนผ้าเสื้อโดยตรง มักมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลายหรือดีไซน์เกิดความคมชัดและสวยงาม
  3. การทำความร้อนและการแห้ง: นำผ้าเสื้อที่พิมพ์ลายเสร็จแล้วนำไปอบด้วยเครื่องอบเพื่อให้หมึกพิมพ์แห้งและยับยั้งอยู่ที่ผ้าเสื้อ
  4. การเตรียมใช้งาน: เมื่อผ้าเสื้อแห้งแล้ว คุณสามารถสวมใส่ได้ทันที

DTF vs DTG

ไม่ว่าจะเลือก DTF Printing หรือ DTG Printing ทั้งสองวิธีนี้เพื่อพิมพ์ลายหรือดีไซน์บนเสื้อยืด คุณจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและสมบูรณ์แบบตามที่คุณต้องการ อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือคู่มือการใช้งานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Digital Printing
Image by usertrmk on Freepik

วัสดุที่ต้องใช้สำหรับการพิมพ์ด้วยเทคโนโลยี DTF:

  1. เครื่องพิมพ์ DTF: เครื่องพิมพ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในกระบวนการ DTF printing โดยสามารถรับมือกับหมึกและฟิล์มที่ใช้ในกระบวนการได้
  2. หมึก DTF: หมึก DTF คุณภาพสูงที่เข้ากันได้กับเครื่องพิมพ์ DTF ของคุณ เป็นหมึกที่ออกสู่ผ้าได้ในกระบวนการเครื่องอบควบคุมอุณหภูมิ
  3. ฟิล์ม DTF: ฟิล์ม DTF ที่เฉพาะเจาะจงมาใช้เป็นตัวพกพาหมึก หมึกจะถูกพิมพ์ลงบนฟิล์มและฟิล์มจะถูกแปะลงบนผ้าด้วยเครื่องอบควบคุมอุณหภูมิ
  4. สารก่อนพิมพ์ (Pre-Treatment Solution): สารก่อนพิมพ์ที่ใช้ทาลงผ้าก่อนการพิมพ์เพื่อเพิ่มความยึดเหนียวและความสดใสให้กับหมึก ช่วยให้หมึกยึดเนื้อผ้าได้ดีมากขึ้น
  5. เครื่องอบควบคุมอุณหภูมิ (Heat Press Machine): เครื่องอบควบคุมอุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการแปะฟิล์ม DTF ลงบนผ้า สร้างความร้อนและแรงดันเพื่อให้หมึกยึดเนื้อผ้าได้เหมาะสม
  6. เทปกันรั้ว (Masking Tape): เทปกันรั้วที่ใช้เพื่อยึดฟิล์ม DTF ลงบนผ้าก่อนการอบ
  7. กระดาษปล่อย (Release Paper): กระดาษปล่อยที่วางไว้ระหว่างแผ่นรองความร้อนและฟิล์ม DTF เพื่อป้องกันไม่ให้หมึกยึดกับแผ่นรองความร้อน
  8. แปรงหรือกันรอย (Brush or Roller): แปรงหรือกันรอยที่ใช้ทาสารก่อนพิมพ์ลงผ้าอย่างสม่ำเสมอ
  9. เครื่องอบหรือเครื่องอบควบคุมอุณหภูมิ (Curing Oven or Heat Press): หลังจากที่ฟิล์มถูกแปะลงบนผ้าแล้ว คุณอาจจะต้องใช้เครื่องอบหรือเครื่องอบควบคุมอุณหภูมิเพื่อประสานและยึดหมึกลงบนผ้าให้แข็งแรง

วัสดุที่ต้องใช้สำหรับการพิมพ์ด้วยเทคโนโลยี DTG:

  1. เครื่องพิมพ์ DTG: เครื่องพิมพ์โดยตรงบนผ้าที่ออกแบบมาเพื่อพิมพ์ลงผ้า ควรเข้ากันได้กับประเภทผ้าที่คุณใช้
  2. หมึก DTG: หมึกพิมพ์เฉพาะสำหรับเทคโนโลยี DTG ออกแบบมาเพื่อยึดผ้าและให้สีสันสดใส
  3. สารก่อนพิมพ์ (Pretreatment Solution): เหมือนกับกระบวนการ DTF การทาสารก่อนพิมพ์ที่ใช้เพื่อเตรียมผ้าก่อนการพิมพ์ ช่วยให้หมึกยึดเนื้อผ้าได้ดีและสีสันสดใส
  4. เครื่องอบควบคุมอุณหภูมิ (Heat Press Machine): บางเครื่องพิมพ์ DTG อาจต้องใช้เครื่องอบควบคุมอุณหภูมิเพื่อประสานหมึกให้แข็งแรงบนผ้าหลังจากการพิมพ์เพื่อให้หมึกยึดกับผ้าได้อย่างแน่นหนาและคงทนในระหว่างการซัก
  5. เครื่องควบคุมความชื้น (Humidifier): บางสภาพแวดล้อมอาจมีการควบคุมความชื้นเพื่อรักษาระดับความชื้นที่เหมาะสม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมหมึกเข้ากับผ้าได้
  6. แผ่นรองผ้า (Textile Platens): เป็นชิ้นส่วนแนบพิเศษสำหรับเครื่องพิมพ์ DTG ที่ช่วยยึดผ้าให้เหนือหน้าเครื่องพิมพ์ เพื่อให้ผ้าคงความราบและตึงเพื่อให้การพิมพ์เป็นไปอย่างแม่นยำ
  7. อุปกรณ์ทำความสะอาด: การทำความสะอาดและการบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์ DTG เป็นสิ่งสำคัญ อาจจำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาด สว็อบ และผ้าไม่เป่าใช้
  8. เครื่องอบหรือเครื่องอบควบคุมอุณหภูมิ (Curing Oven or Heat Press) (ตัวเลือก): ขึ้นอยู่กับชนิดของหมึกและผ้าที่ใช้ เครื่องอบหรือเครื่องอบควบคุมอุณหภูมิอาจจะต้องใช้หลังจากการพิมพ์เพื่อประสานหมึกให้แข็งแรงบนผ้า

โปรดจำไว้ว่าวัสดุที่คุณต้องใช้สามารถแตกต่างกันไปตามแบรนด์และโมเดลของเครื่องพิมพ์ที่คุณใช้ ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตและคู่มือการใช้งานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Digital Printing
Image by vecstock on Freepik

สรุป Digital Printing ดีหรือไม่

การพิมพ์เสื้อยืดด้วยเทคโนโลยี DTF และ DTG คือวิธีที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเสื้อยืดที่มีลายหรือดีไซน์ที่สวยงามและพิเศษ ทั้งสองเทคโนโลยีนี้มีขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาและทดลองกับวัตถุอย่างหลากหลายก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการของคุณและมีคุณภาพสูงสุด อย่างสำคัญอย่าลืมเพลิดเพลินกับกระบวนการสร้างสรรค์และกลายเป็นนักออกแบบเสื้อยืดที่เก่งได้เอง!

Credit Cover Image : Image by rawpixel.com on Freepik

กระดาษรองรีด, สาระทั่วไป, เครื่องรีดร้อน
29/07/2023

EP. 1 เทคนิคไหนเหมาะกับ ธุรกิจสกรีนเสื้อ ของคุณ ? สกรีนปริ้น vs ซับลิเมชั่น vs ดิจิตอลปริ้นท์

ตอนที่ 1 ของ ซีรีส์บทความ เทคนิคไหนเหมาะกับ ธุรกิจสกรีนเสื้อ ของคุณ ? เราจะนำเสนอ 3 เทคนิคยอดนิยมที่มีคอมมูนิตี้เผยแพร่เทคนิคมากมายในแวดวงงานสกรีนคือ ประกอบไปด้วย การสกรีนปริ้น (Screen Printing) การทำซับลิเมชั่น (Sublimation) และ offset และเทคนิคสุดท้าย ดิจิตอลปริ้นท์ (Digital Printing)

และสำหรับ EP. 1 นี้เราจะมาเริ่มกันที่ เทคนิคที่เราชำนาญที่สุดคือ เทคนิคซับลิเมชั่น นั่นเอง ! และข้อมูลต่อไปนี้คุณจะได้รับรู้ถึงวิธีการสกรีนเสื้อแบบซับลิเมชั่น ประโยชน์ของเทคนิคนี้ เพื่อที่คุณจะได้พิจารณาว่าเหมาะสมกับแนวทางธุรกิจสกรีนเสื้อของคุณหรือไม่ มีวัสดุที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง เช่น กระดาษซับลิเมชั่น หมึกซับลิเมชั่น เป็นต้น ขาดไม่ได้คือข้อดี- ข้อเสียของเทคนิคซับลิเมชั่น เพื่อที่คุณจะได้เปรียบเทียบกับเทคนิคอื่น ๆ เพื่อประเมินความคุ้มทุน เอาล่ะ.. จะช้าอยู่ทำไม !

เทคนิคซับลิเมชั่น
Image by vecstock on Freepik

เริ่มทำความรู้จักกับวิธีการระเหิด (Sublimation Method) เป็นอย่างแรก

วิธีการซับลิเมชั่น (Sublimation) หรือที่เรียกกันว่า Sublimation printing เป็นวิธีการพิมพ์ภาพหรือลายลงบนผ้าหรือวัตถุต่าง ๆ ที่ไม่มีขี้ผึ้ง ด้วยการใช้ความร้อนและความดันเพื่อให้หมึกหรือสารสีแปลงเป็นก๊าซโดยตรง ทำให้สามารถผสมผสานกับพื้นผิวของวัตถุได้อย่างดี และทำให้ภาพหรือลายที่ถูกพิมพ์อยู่เกาะอยู่ติดอยู่กับวัตถุนั้นๆ โดยที่ไม่ทำให้สีหรือลายตกค้างที่ผิวของวัตถุ

การทำ Sublimation (Methodology):

  1. การเตรียมวัตถุ: ในขั้นตอนแรกคือการเตรียมวัตถุที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งสามารถเป็นผ้า สิ่งทอ แก้ว กระดาษ หรือวัตถุอื่นๆ ที่มีผิวที่เหมาะสมสำหรับการรับสีแบบ Sublimation ให้พร้อมสำหรับกระบวนการต่อไป
  2. การออกแบบภาพ: ในขั้นตอนถัดมาคือการออกแบบภาพหรือลายที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้โปรแกรมกราฟิกหรือแม้แต่แอปพลิเคชันที่สามารถสร้างลายละเอียดได้ตามความต้องการ
  3. การพิมพ์ภาพ: เมื่อมีภาพหรือลายที่ต้องการพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ก็นำมาใส่ในเครื่องพิมพ์ Sublimation ที่มาพร้อมกับหมึก Sublimation หรือสี Sublimation และตั้งค่าการพิมพ์ตามความต้องการ
  4. กระบวนการ Sublimation: เมื่อเครื่องพิมพ์ทำงาน ความร้อนและความดันจะทำให้หมึก Sublimation หรือสีแปลงเป็นก๊าซ และเจือจางเข้ากับเนื้อผ้าหรือวัตถุที่เตรียมไว้ โดยการเกาะกลบเนื้อผ้าหรือวัตถุ นำภาพหรือลายเข้าไปก่อน
  5. การเย็บและเตรียมผลิตภัณฑ์: เมื่อกระบวนการ Sublimation เสร็จสิ้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะต้องเย็บและเตรียมให้พร้อมใช้งาน เช่น ผ้าอาบน้ำที่พิมพ์ลาย ก็จะต้องเย็บขอบให้เรียบร้อย

วิธีการ Sublimation (How-to):

  1. เลือกวัตถุ: เลือกวัตถุที่ต้องการพิมพ์ลาย ที่มีผิวที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการ Sublimation ได้ เช่น ผ้าอาบน้ำ แก้ว แผ่นโลหะ หรือซับใน ที่มีโครงสร้างพอดีกับการส่งออกความร้อนและกดอย่างเหมาะสม
  2. ออกแบบภาพ: ใช้โปรแกรมกราฟิกหรือแม้แต่แอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน เพื่อสร้างภาพหรือลายที่ต้องการพิมพ์ ควรคำนึงถึงขนาดและความละเอียดของวัตถุที่จะพิมพ์ เพื่อให้ภาพที่ได้มีความคมชัด
  3. พิมพ์ภาพ: นำภาพที่ออกแบบไว้ไปใส่ในเครื่องพิมพ์ Sublimation และตั้งค่าการพิมพ์ให้เหมาะสม โดยควรทดสอบให้แน่ใจว่าเครื่องพิมพ์ Sublimation ได้รับความเรียบร้อยและใช้หมึก Sublimation หรือสี Sublimation ที่เหมาะสมสำหรับวัตถุที่คุณต้องการพิมพ์ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบการตั้งค่าอื่นๆ เช่น อุณหภูมิ ระยะเวลา และความดันเพื่อให้ความสวยงามของภาพเป็นอย่างดี
  4. การทำ Sublimation: เมื่อเครื่องพิมพ์ทำงาน ความร้อนที่สร้างขึ้นจะทำให้หมึกหรือสี Sublimation แปลงเป็นก๊าซและซึมลงไปในเนื้อผ้าหรือวัตถุ ซึ่งส่วนมากจะเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น การเพิ่มความดันจะช่วยให้กระบวนการนี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและเสถียรภาพ
  5. ผลิตภัณฑ์ที่ได้: เมื่อกระบวนการ Sublimation เสร็จสิ้น คุณจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีลายหรือภาพที่ต้องการพิมพ์อยู่เกาะกับวัตถุ อย่างเช่น ผ้าอาบน้ำที่มีลายสวยงาม แก้วที่มีภาพสีสัน หรือกระดาษลายเก๋ๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีความสวยงามและทนทาน

ผลิดภัณฑ์ที่ได้จากเทคนิคนี้

การทำ Sublimation ส่วนใหญ่พบได้กับธุรกิจสกรีนเสื้อ แต่จริง ๆ สามารถใช้กับวัตถุหลากหลายชนิดที่มีผิวที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการ ดังนี้:

  1. ผ้าอาบน้ำ: ผ้าอาบน้ำที่มีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์ และโพลีเอสเตอร์พันธุ์ธรรมชนิดใดก็ได้ (polyester) เป็นวัตถุที่นิยมใช้ในการทำ Sublimation printing เนื่องจากสามารถรับสี Sublimation และให้ความคมชัดของภาพได้ดี
  2. เสื้อผ้าและเนื้อผ้าสำเร็จรูป: เสื้อผ้าและเนื้อผ้าที่ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์หรือผ้าส่วนผสมที่มีความเหมาะสมกับ Sublimation สามารถนำมาใช้พิมพ์ลายหรือภาพได้
  3. แก้ว: แก้วที่มีผิวขาวและเนื้อที่ทำจากเซรามิกหรือแก้วที่เหมาะสำหรับ Sublimation สามารถใช้พิมพ์ลายหรือภาพบนพื้นผิวได้
  4. แผ่นโลหะ: แผ่นโลหะที่ไม่มีผิวขัดหรือเคลือบทางเคมีสามารถนำมาใช้สำหรับ Sublimation printing และพิมพ์ลายหรือภาพลงบนพื้นผิวได้
  5. กระดาษ: กระดาษที่มีผิวที่เหมาะสมสำหรับรับสี Sublimation สามารถนำมาใช้พิมพ์ลายหรือภาพได้
  6. โลหะของที่อื่นๆ: ที่แสดงอยู่ข้างต้นเป็นตัวอย่างของวัตถุที่สามารถใช้ Sublimation ได้ แต่ยังมีวัตถุอื่นๆ ที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ด้วยวิธีนี้ เช่น กระเบื้องโลหะ และอื่นๆ

ต้องเตรียมวัสดุอะไรบ้างก่อนปฏิบัติการ

ก่อนที่คุณจะดำเนินการ ธุรกิจสกรีนเสื้อ ในกระบวนการซับลิเมชั่น นั้นจำเป็นต้องเตรียมวัตถุและอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้:

  1. วัตถุที่จะพิมพ์: เลือกวัตถุที่ต้องการพิมพ์ลายหรือภาพ ที่มีผิวที่เหมาะสมกับกระบวนการซับลิเมชั่น เช่น ผ้าอาบน้ำ, เสื้อผ้า, แก้ว, แผ่นโลหะ, กระดาษ, หรือวัตถุอื่นๆ ที่มีผิวที่ไม่มีขี้ผึ้งและสามารถรับสีซับลิเมชั่น ได้ดี
  2. ลายหรือภาพที่ต้องการพิมพ์: ใช้โปรแกรมกราฟิกหรือแม้แต่แอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน เพื่อสร้างลายหรือภาพที่ต้องการพิมพ์ลงบนวัตถุ เตรียมไฟล์ลายหรือภาพให้มีขนาดและความละเอียดที่เหมาะสมกับขนาดของวัตถุที่จะพิมพ์
  3. เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่น: ใช้เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่น ที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามและความคมชัดสูง
  4. หมึกซับลิเมชั่น: ใช้หมึกซับลิเมชั่น ที่เหมาะสมกับเครื่องพิมพ์และวัตถุที่จะพิมพ์ หมึกซับลิเมชั่น จะต้องมีคุณภาพที่ดีและสามารถซึมลงไปในวัตถุได้
  5. Heat Press Machine (เครื่องอบ): หลังจากที่พิมพ์ลายหรือภาพลงบนกระดาษซับลิเมชั่น แล้ว จำเป็นต้องใช้ Heat Press Machine เพื่อกดหมึกซับลิเมชั่น ซึ่งอยู่บนกระดาษเข้าไปในวัตถุ โดยให้ความร้อนและความดันที่เหมาะสม อย่าลืมเอากระดาษรองรีดรองก่อนเสมอ
  6. กระดาษซับลิเมชั่น: ใช้กระดาษซับลิเมชั่น เพื่อพิมพ์ลายหรือภาพจากเครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่น และนำไปใช้กับ Heat Press Machine เพื่อกดหมึกซับลิเมชั่น เข้ากับวัตถุ
  7. กรรไกรและสกรูไล่: ใช้กรรไกรในกระบวนการตัดกระดาษซับลิเมชั่น เพื่อให้ตรงกับขนาดของวัตถุที่จะพิมพ์ และใช้สกรูไล่ในกระบวนการควบคุมความร้อนและความดันของ Heat Press Machine
  8. ผ้าทิชชู่หรือผ้าเช็ดมือ: ใช้ผ้าทิชชู่หรือผ้าเช็ดมือเพื่อทำความสะอาดผิวของวัตถุ ก่อนที่จะใส่กระดาษซับลิเมชั่น และนำเข้า Heat Press Machine
  9. อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ: ควรมีอุปกรณ์ในการควบคุมอุณหภูมิของ Heat Press Machine เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการซับลิเมชั่น
  10. ตัวอย่าง (Test Sample): ควรมีวัตถุทดสอบเพื่อทดลองพิมพ์ลายหรือภาพแรกครั้ง โดยใช้กระดาษซับลิเมชั่น เป็นตัวอย่าง จะช่วยให้คุณตรวจสอบความถูกต้องของลายหรือภาพก่อนที่จะทำการพิมพ์บนวัตถุจริง
  11. เครื่องควบคุมอุณหภูมิและเวลา (Thermometer and Timer): ควรใช้เครื่องควบคุมอุณหภูมิและเวลาเพื่อตรวจสอบและปรับอุณหภูมิและเวลาในกระบวนการ Sublimation ให้ตรงตามข้อมูลที่แนะนำของผู้ผลิตหรือสูตรทดสอบของคุณ
  12. แผ่นห่อหุ้ม (Teflon Sheet): ใช้แผ่นห่อหุ้ม (Teflon sheet) เพื่อป้องกันไม่ให้หมึกซับลิเมชั่น ซึมเข้าไปยับยั้งที่ผิวเครื่องพิมพ์และ Heat Press Machine
  13. บรรจุภัณฑ์: หลังจากที่กระบวนการซับลิเมชั่น เสร็จสิ้น ควรมีบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมในการบรรจุผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์ เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายหรือการลอกค้าง
  14. แห้งในที่มีระบบระบายอากาศ (Well-ventilated Drying Area): หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ได้รับการพิมพ์และหมึกหรือสี Sublimation ได้ถูกกดเข้ากับวัตถุ ควรมีพื้นที่ในการแห้งที่มีระบบระบายอากาศดี เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แห้งและมีกลิ่นที่ไม่ค้างคา
  15. ความระมัดระวังและความปลอดภัย: ทำความเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรการความระมัดระวังและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซับลิเมชั่น เช่น ใช้แว่นตาป้องกันแสง, สวมเสื้อผ้าป้องกันความร้อน, และใช้เครื่องอบควบคุมอุณหภูมิอย่างถูกต้อง
หมึกซับลิเมชั่น
Image by Freepik

ข้อดีและข้อเสียของวิธีการ Sublimation (Sublimation Method)

ข้อดี:

  1. คุณภาพระดับสูง: กระบวนการ Sublimation สามารถให้คุณภาพภาพที่มีความละเอียดและความคมชัดสูง ซึ่งทำให้ภาพหรือลายที่พิมพ์อยู่เกาะกับวัตถุด้วยความคมชัดและสวยงามมากที่สุด
  2. ระบบสีที่นุ่มนวล: หมึกหรือสี Sublimation ที่ใช้ในกระบวนการนี้จะละลายและซึมลงในเนื้อผ้าหรือวัตถุอย่างเนียนนวล ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะเนื้อผ้า หรือวัตถุและไม่เกิดความหยาบคายหรือขี้ผึ้ง
  3. ลายสีทนทาน: ภาพหรือลายที่พิมพ์ด้วยวิธี Sublimation จะทนทานต่อการล้างของน้ำและแสงแดด ซึ่งทำให้เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในกิจกรรมกลางแจ้งหรือการใช้งานที่ต้องการความคงทนในระยะยาว
  4. สีที่ชัดเจนและสดใส: การพิมพ์ด้วย Sublimation ทำให้สีที่ได้มีความสว่างและสดใส ซึ่งทำให้ภาพหรือลายที่พิมพ์ดูน่าสนใจและเป็นมิตรต่อตา
  5. ความหลากหลาย: Sublimation printing สามารถพิมพ์ภาพหรือลายที่มีความซับซ้อนและรายละเอียดสูง ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์ด้วยวิธีนี้

ข้อเสีย:

  1. ค่าใช้จ่ายสูง: กระบวนการ Sublimation มีค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเครื่องพิมพ์ Sublimation, หมึกหรือสี Sublimation, และวัตถุที่พิมพ์ ทำให้การดำเนินการนี้มีความให้เสียเปรียบกว่าวิธีการพิมพ์อื่นๆ
  2. จำกัดวัตถุที่ใช้พิมพ์: การทำ Sublimation จำกัดต้องใช้วัตถุที่มีผิวที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการ ซึ่งอาจจำกัดความหลากหลายในการเลือกวัตถุที่พิมพ์
  3. ความซับซ้อนในกระบวนการ: กระบวนการ Sublimation มีขั้นตอนในการเตรียมวัตถุและควบคุมความร้อนและความดันในการพิมพ์ ซึ่งอาจต้องใช้ความชำนาญและความรอบคอบในการดำเนินการ
  4. จำกัดในการพิมพ์สี: หมึกหรือสี Sublimation มีความจำกัดในสีบางสีที่อาจไม่สามารถทำให้ได้เหมือนกับสีที่แท้จริง ซึ่งอาจมีผลต่อความสวยงามของภาพหรือลายที่พิมพ์
  5. เวลาในการดำเนินการ: การพิมพ์ด้วย Sublimation อาจใช้เวลานานกว่าวิธีการอื่นๆ เนื่องจากต้องรอให้หมึกหรือสี Sublimation ซึมลงไปในวัตถุในระหว่างกระบวนการ

Key Takeaways

เนื่องจากกระบวนการ Sublimation เป็นกระบวนการที่ใช้ความร้อนและความดัน หากคุณเลือกวิธีนี้ใน ธุรกิจสกรีนเสื้อ ของคุณ คุณจึงต้องระมัดระวังในการใช้งาน เพื่อป้องกันอาจเกิดอันตรายจากความร้อนที่เกิดขึ้น และควรให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้เครื่องพิมพ์และการจัดเก็บสี Sublimation เสมอ

กระบวนการ Sublimation เป็นวิธีการที่น่าสนุกและน่าสนใจในการพิมพ์ภาพหรือลายลงบนผ้าและวัตถุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ใช้เองหรือเป็นของขวัญ ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าสวยงามและไม่เหมือนใคร ถ้าคุณต้องการลองทำ Sublimation กับวัตถุโดยตั้งใจในการศึกษาและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ก็มั่นใจได้ว่าคุณจะสร้างสรรค์ผลงานที่น่าประทับใจมากมาย!

Credit Image : Image by vecstock on Freepik

Some of article came by : https://medium.com/@clashgraphicsga/benefits-screen-print-sublimation-offset-digital-d4ea5e57c956

สาระทั่วไป
26/06/2023

10 AI วาดรูป เปลี่ยนภาพในจินตนาการเป็น Digital Arts

ความล้ำของเทคโนโลยี AI ต่างพัฒนาในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อให้โลกได้ก้าวเดินสะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม และวันนี้ก็ได้มาถึง วันที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถวาดรูปได้ นับเป็นปรากฏการณ์ที่มาสั่นสะเทือนวงการสายอาร์ต เพราะหลักการของปัญญาประดิษฐ์นี้ เพียงแค่กรอกข้อมูลในสิ่งที่ต้องการ ก็จะสามารถรังสรรค์งานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แน่นอนว่างานภาพนั้นสามารถเทียบเท่ากับนักวาดมืออาชีพได้เลย ซึ่งหากคุณอยู่ในวงการสกรีนเสื้อ หรืองานซับลิเมชั่น นี่อาจเป็นอีกช่องทางในการขยายงานของคุณในวงกว้าง ด้วยการให้ AI ช่วยออกแบบลายสกรีนเสื้อก่อนสั่งพิมพ์ลงบนกระดาษซับลิเมชั่นก็ทำได้สวยงามและรวดเร็วทีเดียว ! น่าสนใจไม่น้อยใช่มั๊ยละ.. ในบทความนี้ทางเราจะพาคุณไปรู้จัก 10 AI วาดรูป ที่ดีที่สุด เปลี่ยนภาพจิตนาการให้เป็นภาพวาดในไม่กี่นาที

10 อันดับ AI วาดรูป ที่ดีที่สุดที่ใครหลายคนเลือกใช้

1. Images.ai

สำหรับเว็บแรกที่จะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันก็คือ Images.ai ที่ถือว่าเป็นเว็บที่สามารถสร้างสรรค์ได้ง่ายที่สุด เพราะเพียงแค่คุณเลือกขนาดภาพตามที่ต้องการ พิมพ์ข้อความของภาพที่ต้องการ จากนั้น AI ก็จะออกแบบภาพมาให้ โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที ซึ่งเว็บนี้จะมีการพัฒนาเสมอๆ เพื่อสร้างขอบเขตการสร้างสรรค์งานได้ไกลมากยิ่งกว่าเก่า

2. GetIMG

ถ้าอยากจะสร้างสรรค์งานภาพแบบละเอียดและเจาะลึกทุกอณู เพื่อให้งานภาพของคุณให้ดูดีที่สุด การเลือกใช้ AI วาดรูป อย่าง GetIMG ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างสรรค์งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันปรับแต่งภาพ เสริมหรือลบออกบางส่วน โดยโมเดลของเจ้าตัวนี้มีถึง 20 อย่าง ทำให้งานมีความหลากหลายและคุณสามารถสร้าง 10 ภาพภายในไม่กี่วินาที และยังสามารถปรับสไตล์ให้เข้ากับภาพของคุณได้อีกด้วย 

3. Shutterstock

อย่างเว็บ Shutterstock เว็บแหล่งรวมรูปขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีผู้คนทำการอัปโหลดรูปภาพขายกันอยู่ตลอด ก็ได้มีการวิวัฒนาการตาม AI สายอารต์ตเหมือนของเว็บอื่น ๆ โดยฟังก์ชันภายในเว็บนี้จะไม่ต่างจากเว็บอื่น ๆ เพียงแค่พิมพ์ในสิ่งที่ต้องการ ตัวเว็บก็จะนำเสนอภาพ จากนั้นคุณก็สามารถเลือกแล้วนำมาปรับแต่ง หรือปรับให้กลายเป็นสไตล์ของคุณได้

4. Artbreeder

ในส่วนของเว็บที่ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Artbreeder ที่จะสร้างงาน AI ภาพวาดได้หลากหลายสไตล์อย่างเช่น ภาพทิวทัศน์ ภาพอนิเมชั่น ภาพเหมือน และอื่น ๆ อีกมากมาย และแน่นอนว่าตัวเว็บนี้เมื่อมีการออกแบบแล้ว สามารถเปลี่ยนในบางจุดได้อีกด้วย เพื่อที่จะสร้างสรรค์งานภาพที่ดีที่สุดให้กับคุณ ตัวเว็บนี้จะมีการใช้ฟรี คุณสามารถเลือกภาพตามที่คุณต้องการได้

5. Stablecog

เว็บ Stablecog ก็นับว่าเป็นเว็บที่สามารถสร้างงานสังสรรค์ได้ โดยงานที่สร้างสรรค์ออกมานั้นเน้นภาพเสมือนจริงเป็นหลัก สามารถใช้งานง่ายไม่มีอะไรสลับซับซ้อน เหมาะกับมือใหม่หัดลองในการเล่นเป็นอย่างมาก และที่สำคัญยังมีการใช้งานที่ฟรีอีกด้วย

6. NightCafe

เว็บ AI วาดรูป อย่าง NightCafe นับว่าเป็นเว็บที่มีความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะตัวเว็บสามารถสร้างผลงานวาดรูปได้อย่างสร้างสรรค์ หลากหลายแนวมาก ๆ ทั้งภาพเหมือน ภาพสีน้ำมัน และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยวิธีการใช้ก็เพียงแค่พิมพ์ข้อความภาพที่ต้องการ ทางเว็บก็จะทำการออกแบบรูปมาให้ใช้ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเสียเงิน และแน่นอนว่าในเรื่องของอัลกอริทึมของเว็บนี้ถือว่ามีความหลากหลายมาก ๆ โดยภาพที่ออกมานั้นก็จะเป็นภาพของคุณทันที หรือถ้าหากอยากจะซื้อเพื่อพิมพ์ภาพออกมาก็สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม

7. DALL-E 2

สำหรับเว็บไซต์ DALL-E 2 นับว่าเป็นเว็บ AI ที่มีความสามารถในการออกแบบภาพตามข้อความที่คุณได้ระบุไว้ โดยสามารถออกแบบได้ตามสไตล์ที่ต้องการ สิ่งที่โดดเด่นของเว็บนี้ก็คือเมื่อได้ภาพเป็นที่เรียบร้อย เราสามารถเพิ่มองค์ประกอบอื่น ๆ ปรับเสริม เติมแต่งภาพที่ AI วาดออกแบบผ่านการสร้าง Layer ให้กับตัวภาพได้ด้วยอีกด้วย และการสร้างภาพก็ใช้เวลาไม่นานอีกด้วย

8. Deep Dream Generator

สำหรับเว็บ Deep Dream Generator จะเป็น AI ที่จะต้องมีภาพที่ต้องการก่อน ก่อนจะอัพโหลดเว็บไซต์ เพื่อที่จะสามารถรังสรรค์งานศิลปะออกมาได้หลากหลาย หรือมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกประเภทของภาพที่จะวาด รวมไปถึงสไตล์ของภาพที่ต้องการว่าเป็นอย่างไรได้อีกด้วย

9. DeepAI

ถ้าหากใครกำลังมองหาฟังก์ชันเยอะ ๆ ขอให้มาลองเล่นเว็บ DeepAI ที่ถือว่าเป็นเว็บที่มีการใช้งานที่ละเอียดเป็นอย่างมาก อยากจะสร้างภาพจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือต่างๆ ในการปรับเปลี่ยนภาพให้ตรงตามความต้องการได้อีกด้วย หรือถ้าหากอยากจะสร้างงาน Vector เพียงแค่อัพโหลดรูปที่คุณมี ก็สามารถนำไปใช้ได้อย่างง่ายดาย

10. StarryAI

สำหรับ Ai ตัวนี้จะมีทั้งแอพพลิเคชั่นบนระบบ IOS และ Android ซึ่ง StarryAI ถือเป็น AI ที่สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้หลากหลาย และแน่นอนว่างานแต่ละชิ้นดูสวยงามและคุณภาพสูงมาก ๆ การจะได้ภาพมานั้นก็เหมือนกับหลาย ๆ เว็บเพียงแค่กรอกข้อความลงไป ก็จะมีการสร้างผลงานออกมา ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ได้เลย หรือถ้าหากจะใช้ในเชิงพาณิชย์ก็ได้อยู่เหมือนกัน

AI วาดรูปได้ ตัวช่วยงานดีไซน์

สำหรับ 10 อันดับ AI สานอาร์ตที่มีความสามารถในการวาดรูปเหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถสร้างสรรค์งานสายอาร์ตได้หลากหลายรูปแบบ ถ้าคุณกำลังอยากได้งานภาพที่สามารถนำไปใช้งานได้เลย หรืออยากไอเดียใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์งานประเภทอื่น ๆ ก็สามารถพิมพ์สิ่งที่ต้องการ เพื่อขยายผ่านวิสัยทัศน์ให้กว้างผ่านทางรูปวาดได้ และสำหรับสายงานซับลิเมชั่นอย่างพวกเรา เหล่าบรรดา AI วาดรูป พวกนี้ก็ถือว่ามีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะสามารถช่วยออกแบบโลโก้ ลวดลาย ให้กับงานสกรีนได้เป็นอย่างดีและรวดเร็ว สีสันสั่งได้สดใสฉูดฉาดสมใจ เท่าที่คุณจะป้อนคำสั่งให้เครื่องมือเหล่านั้นรังสรรค์ออกมาให้ แต่ก็แน่นอนว่าต้องไม่ลืมที่จะรักษาคุณภาพของ น้ำหมึก กระดาษซับลิเมชั่น หรือกระดาษรองรีด ด้วยละ !

แต่ก็แอบบอกไว้ว่าถ้าหากให้เทียบงานภาพของ AI กับบรรดาศิลปินชื่อดังทั่วโลก แน่นอนว่าคุณค่าทางงานศิลปะเทียบกันไม่ติดอย่างแน่นอน ตราบเท่าที่งานศิลป์ของมนุษณ์ยังคงแฝงไปด้วยเรื่องราวและอารมณ์.. แต่หากในอนาคตก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร ?!

Cover Image : Image by Freepik

สาระทั่วไป
25/05/2023

กระดาษทำอย่างไร ? เรียนรู้ “วิธีทำกระดาษ” จากต้นไม้ตั้งแต่ต้นจนจบ

กระดาษนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่มักจะอยู่ในชีวิตประจำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนำกระดาษมาทำเป็นหนังสือเรียน หนังสืออ่านเล่น กระดาษ A4 กระดาษสำหรับวาดรูป กระดาษทิชชู่ บรรจุภัณฑ์ กล่องพัสดุ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากการนำกระดาษมาใช้งานในชีวิตประจำวันแล้วนั้น ในกลุ่มงานภาคธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมที่ใกล้ตัวคุณมากที่สุด ก็คือ กระดาษรองรีด กระดาษซับลิเมชั่น หรือ กระดาษทรานเฟอร์ ในงานซับลิเมชั่น และแม้ว่า.. จะใกล้ตัวมากขนาดนี้ และคุณก็คงคลุกคลีกับเจ้าสิ่งนี้อยู่ทุกวัน แต่เคยรู้ไหมว่า ?! กระดาษที่ทำมาจากต้นไม้เนี่ย เขามี “วิธีทำกระดาษ” กันอย่างไร ?

ตามที่ได้กล่าวไป.. หลายคนอาจจะรู้แล้วว่าวัสดุมาจากต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดใหญ่ โดยต้นไม้ที่เป็นที่นิยมคือต้นยูคาลิปตัส ต้นสนสองใบ ต้นสนสามใบ ต้นกระถินเทพา ต้นแอสเพน ต้นเบิร์ช ซึ่งต้นไม้เหล่านี้นิยมใช้ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก แต่เชื่อว่าน้อยคนนักจะรู้ว่าจากต้นไม้ไปสู่กระดาษชนิดต่าง ๆ สามารถทำได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราไปหาคำตอบด้วยกันเลยดีกว่า

ทำกระดาษจากต้นไม้ได้อย่างไร ?

สำหรับ วิธีทำกระดาษ จากต้นไม้ที่จะแนะนำต่อไปนี้ จะเป็นขั้นตอนการทำกระดาษเบื้องต้นที่คุณจะสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของกระดาษได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ขั้นตอนต่าง ๆ หากผลิตเอง หรือแต่ละโรงงานเลือกผลิตอาจมีความแตกต่างที่ต่างกันเป็นอย่างมาก และในแต่ละขั้นตอนก็อาจมีรายละเอียดการทำที่แตกต่างกันอีก แต่ถ้าหากให้อธิบายแบบเข้าใจง่าย และรู้ขั้นตอนคร่าว ๆ จะมีรายละเอียดทั้งหมดดังต่อไปนี้

วิธีทำกระดาษ
Image by aleksandarlittlewolf on Freepik

1. เตรียมต้นไม้ ก่อนนำมาทำการแปรรูป

เริ่มแรกคือการเลือกต้นไม้ตามที่ได้มีการอธิบายในข้างต้นว่าส่วนใหญ่นิยมใช้ต้นไหนบ้าง มาทำการตัดโคน นำเอาเปลือกไม้ออกให้หมด และเลื่อยเป็นแผ่นบาง ๆ ชิ้นเล็ก ๆ มากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นเอาไม้เหล่านี้ไปบดให้ละเอียด ซึ่งความละเอียดแนะนำว่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2. นำไม้ที่ทำเสร็จแล้วมาต้มกับน้ำ

เมื่อบดไม้ให้ละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำเศษไม้เหล่านั้นไปต้มในน้ำ แล้วทำการเคี้ยวให้ไม้กลายเป็นเนื้อเยื่อสีขาว ซึ่งจะคล้าย ๆ กับน้ำสีขาวต้ม ๆ ที่ไม่มีเนื้อสัมผัสความเป็นไม้จากแต่เดิมอีกแล้ว ซึ่งวิธีทำกระดาษจากต้นไม้ ในขั้นตอนนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ใช้เพียงชนิดเดียว เพื่อที่จะประหยัดต้นทุนในการผลิตได้

3. เทน้ำเนื้อเยื้อไม้ลงไปในตะแกรง

เมื่อเคี้ยวให้เป็นเนื้อเยื้อได้สำเร็จจะมีลักษณะเป็นน้ำเนื้อสัมผัสเป็นขุย ๆ นุ่ม ๆ แล้ว จากนั้นให้นำไปเทในตกแกรงที่มีซีกความถี่ละเอียดมาก หรือก็คือแม่พิมพ์ขนาดใหญ่เมื่อเทเนื้อเยื่อลงไปแล้วก็จะเกาะติดกับตะแกรงตรงนั้น ในส่วนที่เป็นน้ำก็จะไหลผ่านตะแกรงไป หรือเนื้อเยื้อที่เล็กเกินไปจะเล็ดรอด

4. นำเนื้อเยื้อที่อยู่บนตะแกรงมารีด

การนำเนื้อเยื้อที่อยู่บนตะแกรงมารีดหรือก็คือการใช้ลูกกลิ้งขนาดใหญ่ มาทำการรีดบนตะแกรงเพื่อเอานำที่ยังเหลืออยู่ออก และทำให้เนื้อเยื้อที่อยู่บนตะแกรงประสานติดกัน ซึ่งในจุดนี้นับว่าเป็น วิธีทำกระดาษ ที่จะช่วยให้กระดาษที่อยู่บนตะแกรงมีความเรียบสม่ำเสมอกัน

วิธีทำกระดาษ
Image by pch.vector on Freepik

5. นำไปเจอกับความร้อนเพื่อให้กระดาษแห้ง

เมื่อทำการรีดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำกระดาษที่อยู่ในตะแกรงไปเจอกับความร้อน ถ้าหากใครใช้ วิธีทำกระดาษ ด้วยตัวเอง ก็แนะนำว่าให้นำไปตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 วันเพื่อให้กระดาษแห้ง แต่ถ้าหากเป็นโรงงานผลิตในขั้นตอนนี้จะใช้เครื่องอบเพื่อที่ให้เนื้อเยื้อกระดาษแห้งและเกาะติดกลายเป็นกระดาษอย่างรวดเร็ว

6. ตกแต่งผิวกระดาษเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสตามที่ต้องการ

ในกรณีที่เป็นโรงงานผลิตกระดาษ ก็จะมีกระดาษแต่ละประเภทที่จะมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน กระดาษบางแบบมีเนื้อเรียบเนียน กระดาษบางแบบมีเนื้อขรุขระอย่างกระดาษร้อยปอนด์ กระดาษที่จำเป็นจะต้องเคลือบพลาสติก หรืออื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อที่กระดาษเหมาะใช้ในหลาย ๆ ขั้นตอน

7. ทำการตัดกระดาษตามขนาดที่ต้องการ

เมื่อเปลี่ยนผิวของพื้นกระดาษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่การตัดขนาดต่าง ๆ ตามที่คนนิสัยส่วนใหญ่ใช้ หลัก ๆ แล้ว เรามักจะรู้จักขนาด A เช่น A3 A4 และ A5 หรือขนาด B เช่น B2 B3 และ B4 และขนาด C เช่น C3 และ C4 ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโรงงานเลยว่าจะต้องการกระดาษขนาดไหน

วิธีทำกระดาษ
Image by senivpetro on Freepik

วิธีทำกระดาษ แต่ละชนิดขึ้นอยู่เนื้อเยื้อ

ในการทำกระดาษแต่ละชนิดจะสามารถขึ้นอยู่กับความหนาหรือความบางของเนื้อเยื้อได้ เพราะถ้าหากเนื้อเยื้อที่บางมาก ๆ ก็จะกลายเป็นกระดาษทิชชู่ได้ แน่นอนว่าอาจจะเกี่ยวเนื่องกับการเตรียมเนื้อเยื่อในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย ชนิดไม้ที่ต่างกันก็จะให้เนื้อเยื่อที่ต่างกัน หรือมีการใช้สารเคมี หรือมีการนำกระดาษรีไซเคิลมาแปรเป็นเนื้อเยื้ออีกครั้งหนึ่งก็ได้เช่นกัน ความแตกต่างของกระดาษแต่ละชนิดจึงมีมากมายนับไม่ถ้วน และแน่นอนว่าการแปรรูปให้เป็นกระดาษก็สามารถทำได้หลากหลายเช่นกัน

สรุปวิธีทำกระดาษจากต้นไม้ในปัจจุบัน

วิธีทำกระดาษจากต้นไม้ในปัจจุบันจะเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น หากมีการผลิตกระดาษที่น้อยลงก็จะสามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเริ่มมีการผลิตกระดาษที่ใช้สำหรับการจดบันทึก หรือกระดาษที่พิมพ์หนังสือเปลี่ยนมาเป็นใช้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทน แต่ก็ยังมีกระดาษบางชนิดที่สร้างมากยิ่งขึ้น เช่น บรรจุภัณฑ์หรือกล่องวัสดุ แม้แต่ภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้บรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งการเลือกใช้กระดาษเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะสามารถย่อยได้ตามทางธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากการใช้พลาสติกบางชนิด

Cover Image : Image by Vectonauta on Freepik

Credit :

https://www.youtube.com/watch?v=0VEJCWvfhQg

https://thaifoodpackaging.com/blog/paper-production-process/?fbclid=IwAR3g3_qm_uAlhOnK8YfJGrbAoUkm_nFjmUY2rtL3-aFtu1usKlwJVw_D63o

https://www.1000maidee.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/?fbclid=IwAR2XLIH6lQww_oqkyWTO5KBYZaa53k1tKBnY4YTAD9LXG8Bmk_ljwkr2Pjk

สาระทั่วไป
28/04/2023

ธุรกิจซับลิเมชั่น ปี 2023 กับ 6 กลยุทธ์ยกระดับ อ่านจบ.. ได้ครบถ้วน!

นับจนถึงตอนนี้ อุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยเฉพาะหากคุณต้องการความยูนีค ตามสั่ง ตามใจคุณ งานซับลิเมชั่นกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง เรียกว่ายังคงขับเคลื่อนตลาดสิ่งพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยเทคนิค เทคโนโลยี ตลอดจนผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่กรีฑาทัพให้จับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้นมากมาย หากจะบอกว่านี่เป็นหนึ่งช่วงเวลาที่ดีที่จะร่วมวงใน ธุรกิจซับลิเมชั่น นี้ก็คงจะไม่เกินไปนัก

อย่างที่ได้เกริ่นไปตั้งแต่ตอนต้น มูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่สามารถปรับแต่งได้ดั่งใจ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตามกำหนดนั้นเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีมากเลยหากคุณต้องการยกระดับธุรกิจซับลิเมชั่น และบางที 6 กลยุทธ์ต่อไปนี้ อาจจะสร้างโอกาสให้ธุรกิจของคุณเติบโตและสร้างผลกำไรได้มากขึ้นในอนาคตก็เป็นได้ ลุยเลย!

ธุรกิจซับลิเมชั่น
Image by rawpixel.com on Freepik


1. GO Mobile – ตลาดป๊อปอัพ

ตลาดป๊อปอัพ (Go Mobile) เป็นที่ที่คุณต้องพุ่งไปหา แม้จะสวนทางกับยุคที่เพิ่งจะสร่างเมาจากฤทธิ์โควิด และเรื่องของ Social Distancing ที่เคยรณรงค์กัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันนี้สามารถจัดงานต่าง ๆ ได้แล้ว และบรรดาเทศกาลต่าง ๆ เช่น ตลาดเกษตรกร งานโชว์รถ นิทรรศการศิลปะ รวมถึงโอกาสในกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีคนเยอะ คุณสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ ฉะนั้น เตรียมบูธของคุณให้พร้อม!

2. Color Charts – เรื่องสีสุดสำคัญ ต้องทำให้เพอร์เฟกต์!

เรื่องของสี การผสมสี การจับคู่สี หากเป็นการดีไซน์สุดฉีกมันก็คงจะดี แต่มันก็คงจะเกินไปหน่อยหากหลุดกรอบเกินไปนัก การใช้ Color Charts ควรเป็นพื้นฐานที่ร้านพิมพ์ซับลิเมชั่นต้องมี ทุกครั้งที่ลงรายละเอียดไปกับการแมทช์ชิ่งคู่สีต่าง ๆ นี่ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น ในทุกสีที่ลูกค้าต้องการเป็นสิ่งที่คุณจะต้องสร้างผลลัพธ์ที่แน่นอนให้กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพในทุกครั้ง

ดังนั้นบอกตรง ๆ หมึกซับลิเมชั่นที่มีคุณภาพสูงขาดไม่ได้เลย หากเรากำลังพูดถึง Color Charts ใน ธุรกิจซับลิเมชั่น

3. ค้นหาตลาดใหม่ สร้างแบรนด์เป็นตัวนำ ธุรกิจซับลิเมชั่น

นี่เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ประกอบการ จะมีอะไรที่ทำให้คุณมีแรงใจในการต่อยอดธุรกิจไปมากกว่าการค้นพบแหล่งรายได้ใหม่ของคุณ! ซึ่งในหลายธุรกิจ การที่คุณสร้างมาตรฐาน รักษาคุณภาพงานของคุณเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

การมีส่วนร่วมในชุมชนก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับแบรนด์ หากได้โอกาสในการมีส่วนร่วม ก็จะสร้างคอนเนคชั่นได้มากขึ้น ต่อด้วยการตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านนี้ คราวนี้หลาย ๆ คนก็จะเริ่มมองหาแบรนด์ของคุณ

ธุรกิจซับลิเมชั่น
Image by Freepik

4. เพิ่มประสิทธิภาพเรื่อง SEO


เป็นกลยุทธ์ที่คุณไม่สามารถละเลยได้เลยหากอยู่ในโลกของออนไลน์ การทำเว็บไซต์เอาไว้เฉย ๆ ไม่เพียงพอต่อไปอีกแล้ว เรื่องของการทำ SEO (Search Engine Optimization) นั้นสำคัญมาก ๆ ไม่งั้นก็เหมือนกับคุณมีหน้าร้านแต่ไม่มีป้ายบอกทาง คนจะเข้ามาหาคุณก็คงยากหน่อย และอาจหายไประหว่างทางเมื่อเจอป้ายที่ชี้ไปร้านอื่นแทน!

การทำ SEO ควรเน้นที่เรื่องของคอนเทนต์ที่มอบประโยชน์ มอบสิ่งที่ดีที่สุดและเหนือกว่าให้แก่ลูกค้า หากสิ่งนั้นตอบโจทย์ในหลาย ๆ คำถามที่มีการค้นหาภายในโลกออนไลน์ คนก็จะเจอเว็บไซต์คุณเป็นที่แรก ๆ เลยล่ะ

5. พัฒนา ธุรกิจซับลิเมชั่น สู่ความยั่งยืนแบบ Sustainability

เทรนด์นี้กำลังมามาก ๆ เพราะเป็นสิ่งที่นอกจากจะสร้างประโยชน์ให้กับตัวธุรกิจแล้วยังส่งผลดีต่อชุมชนและโลกตลอดจนกระเป๋าตังค์ของคุณ

ธุรกิจซับลิเมชั่น
Image by Freepik

การปรับกระบวนการให้งานซับลิเมชั่น ของคุณเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่จำเป็นในปัจจุบัน ส่วนที่บอกไว้ว่ามันดีต่อธุรกิจและต่อโลก ยกตัวอย่างเช่น “การรีไซเคิล” ในวงการนี้หากคุณต้องการรีไซเคิลตลับหมึก กระดาษรองรีด กระดาษซับลิเมชั่น แล้วละก็.. มีบริษัทหลายแห่งมากที่ต้องการและพร้อมจะจ่ายเงินให้กับคุณในส่วนนี้

6. ทบกวนกลยุทธ์การค้าปลีก

การที่หลายสินค้านั้นมีการกำหนดราคา “ตามกลไกลตลาด” อาจทำให้คุณนั้นไม่กล้าที่จะตั้งราคาของสินค้าตัวเองตามต้นทุนจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสร้างผลเสียให้กับธุรกิจในระยะยาว

ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาสำหรับการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์การพิมพ์แบบ “ตามสั่ง” ในการค้าปลีก ได้แก่ ต้นทุนขาย (COGS) ระยะเวลาในการผลิต วัสดุสิ้นเปลือง เช่น หมึก กระดาษ บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และค้าใช้จ่ายเพื่อโปรโมทในการตลาด ทั้งหมดนี้เป็นสูตรพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณวางกลยุทธ์การค้าปลีกที่มั่นคงได้

ก็จบกันไปแล้วสำหรับ 6 กลยุทธ์ ที่จะช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจบนอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์อย่างงานซับลิเมชั่น ไม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้ของธุรกิจคุณจะดีอยู่แล้ว หรือกำลังมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการไปต่อ การปรับปรุงการเพิ่มกลยุทธ์ที่หลากหลายก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีอยู่เสมอ หากเช็คดูแล้วยังไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม อย่างน้อย ๆ ก็ถือว่าเป็นการรีเช็คประจำปีไปพร้อมกันกับพวกเราในบทความนี้ก็ได้ประโยชน์ไม่แพ้กัน

Cover Image : Image by gpointstudio on Freepik

ขอขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลจากเว็บไซต์ :

สาระทั่วไป
26/03/2023

Football Culture x Sublimation : ปลุกกระแส “เสื้อบอลคลาสสิค”

ในช่วงปีที่ผ่านมากระแสของ Jersey Culture การนำเอาเสื้อแข่งของทีมกีฬามาแต่งตัวเข้ากับชุดแฟชั่นนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะรูปแบบคลาสสิค การหาเสื้อทีมที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของดีไซน์ที่สวยงาม รวมถึงสตอรี่ของที่เสื้อตัวนั้น ๆ มี แต่ส่วนใหญ่หรือเราสามารถพูดได้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นการผลิตแบบสมัยก่อน ..ก็แน่ล่ะ มัน เสื้อบอลคลาสสิค หนิ! ซึ่งเป็นแบบโลโก้ปัก ส่วนพวกลายสกรีนก็อาจมีแบบเฟล็กซ์ร่วมด้วยหากปีใหม่ขึ้นมาหน่อย (ปี 2008 ขึ้นไป)

เสื้อบอลคลาสสิค
Credit by : https://www.goal.com/en-gb/lists/best-retro-modern-football-shirts-summer/bltee9eb2b48987cda5

ยิ่งช่วงปลายปี 2022 จนถึงต้นปี 2023 นี้ มีหลายแบรนด์เลยที่ถูกกระแสคลาสสิคนี้ปลุกให้ร่วมบุกตลาด “เสื้อบอล” ที่คราวนี้คำถึงเรื่องแฟชั่นมากขึ้น เน้นไปที่การมิกซ์แอนด์แมตช์นอกสนามมากขึ้น  ส่วนเรื่องการผลิตก็ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รูปแบบเก่าแล้วแม้จะอิงเรื่องดีไซน์ที่ย้อนยุคและกลิ่นอายของความคลาสสิคก็ตาม มีทั้งการสกรีนเฟล็กซ์แบบสมัยใหม่ในส่วนของโลโก้ จุดสปอนเซอร์ต่าง ๆ รวมถึงการผสานเทคนิคซับลิเมชั่นที่เป็นแบบพิมพ์ลายทั้งตัวก็ได้รับความนิยมเช่นกัน (เทคนิคนี้จำเป็นต้องใช้กระดาษซับลิเมชั่น กระดาษรองรีด และหมึกซับลิเมชั่นที่มีคุณภาพสูง) และวันนี้เราจะพาไปยลเสื้อสวย ๆ ที่รับรองได้เลยว่าใส่เตะบอลก็เท่ ใส่ไปเที่ยวก็เก๋ เชิญไปติดตามกันเลย!

เสื้อบอล x แฟชั่น : ARI MAINSTAND RETRO JERSEY 2022

แบรนด์ Ari (อาริ) เป็นแบรนด์สัญชาติไทยที่เดินหน้าสร้างตัวตนให้เป็นดั่ง “สวรรค์ของคนรักฟุตบอล” รวมรวบทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวข้องกับวงการลูกหนังให้ชาวสยามได้เลือกสรรค์ ส่วนด้านของ MAINSTAND นาทีนี้ถือเป็นหนึ่งในสื่อที่รวบรวม “อินฟลูเอนเซอร์” ด้านฟุตบอลเอาไว้ไม่น้อยกว่าสื่อกีฬาไหน ๆ เรียกว่าเป็นการ Collab ที่น่าจับตามอง ก่อนจะออกมาเป็นเสื้อตัวด้านล่างให้ทุกคนได้จับจองกันนี้เอง

เสื้อบอลคลาสสิค
Credit by : https://today.line.me/th/v2/article/nXY96yM

โดยตัวลวดลายของเสื้อนั้นได้แรงบันดาลใจจากยุค 90s และหากสังเกตดี ๆ แพทเทิร์นบนลายเสื้อก็คือตัว “M” ซึ่งก็หมายถึง Mainstand บนตัวเสื้อจะมีแค่โลโก้ของ อาริ กับ เมนสแตนด์ เท่านั้นที่เป็นแบบแปะลงบนพื้นผิว ส่วนลวดลายกราฟิกของเสื้อเป็นงานพิมพ์ลายแบบซับลิเมชั่น นอกจากจะมีความโดดเด่นแล้ว เทคนิคการพิมพ์แบบนี้นั้นทำให้ผ้านั้นไม่หนัก ต่างจากเสื้อบอลยุค 90s จริง ๆ ที่จะเป็นงานปักที่หนักอึ้ง รวมถึงตัวผ้าที่บอกเลยว่าถ้าใส่หน้าร้อนเมืองไทยนั้นมีตัวเปียกแน่นอน แถมคัตติ้งของเสื้อตัวนี้ได้ตอกย้ำความคลาสสิคเข้าไปอีกด้วย “คอปก” ผสานกับลวดลายแบบตัดที่เรียกว่า Pin Stripes หากใครเกิดทัน หรือเสพย์เสื้อบอลแนวนี้จะทราบดีว่านี่เป็นลายที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น

เสื้อบอล x แฟชั่น : Ari x Indigoskins “Become a Legend”

เป็นการ Collaboration ของสองวงการ อาริ ตัวแทนด้านแฟชั่นกีฬาเจ้าเก่า คราวนี้รวมพลังกับแบรนด์ยีนส์สุดพรีเมียมสัญชาติไทย อย่าง Indigoskins ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ นำเอาเอกลักษณ์ของเหล่าทีมฟุตบอลในความทรงจำ รวมถึงแรงบันดาลใจของเสื้อบอลระดับตำนาน ผสมผสานกับลายไทยอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อินดิโก้สกินส์ ดีไซน์โดย อาริ ที่มีความเข้าใจกับความเป็นโมเดิร์นฟุตบอลได้เป็นอย่างดี

เสื้อบอลคลาสสิค
Credit by : https://www.mainstand.co.th/th/news/8/article/8648

โดยในคอลเลคชั่นนี้มีถึง 5 ลายด้วยกัน ชูโรงด้วยชุดแข่งแบบเต็มตัว Indigoskins x Ari Performance Jersey ตัวชูโรงที่ใช้ “ลายบ่อบัว” สัญลักษณ์ของแบรนด์ และ “ลายรดน้ำ” งานประณีตศิลป์ของไทย ตามด้วยอีก 4 ชุดที่เป็นแบบย้อนยุค บ่อบัวคราม, สามกษัตริย์, สุวรรณสมุทร และ กระหนกเปลว ซึ่งทุกชุดนั้นจะเป็นเทคนิคเดียวกัน คือ เสื้อพิมพ์ลายทั้งตัว อาจสอดแทรกเทคนิคกระบวนการพิเศษของ อาริ ในเรื่องของตัวโลโก้และสปอนเซอร์

เสื้อบอลคลาสสิค ไม่จำเป็นต้องเก่าอีกต่อไป?

เลือกปิดท้ายกันแบบนี้ก็ต้องขออภัยกลุ่มคนที่รักเสื้อวินเทจก่อนเลย ซึ่งเรานั้นทราบดีว่ามูลค่าของเสื้อวินเทจฟุตบอลจริง ๆ มีราคาที่วัดกันตามสตอรี่ ดีไซน์ และคุณค่าทางจิตใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทางเลือกของกลุ่มคนที่เน้นในเรื่องของดีไซน์จริง ๆ อยากใส่เสื้อบอลแนวเรโทรแบบใหม่ก็มีไม่น้อย พิสูจน์ได้ตรงที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง ไนกี้ และ อาดิดาส เลือกที่จะผลิตชุดแข่งแบบเรโทรให้แฟนบอลได้เก็บสะสมกันในช่วงที่ผ่านมา แถมยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ออกมาเท่าไหร่ก็ขายเหมือนแจกฟรี

ยิ่งหากต้องการสวมด้วยความเบาสบาย สำหรับแบรนด์หน้าใหม่ หรือต้องการเริ่มต้นในวงการนี้ การเลือกผลิตแบบเสื้อพิมพ์ด้วยงานซับลิเมชั่นนั้นเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้บริโภค สุดท้ายก็อยู่ที่ความชอบใครความชอบมัน แต่ถ้าหากคุณรักที่จะใส่แบบสวยใสไร้ตำหนิ งานผลิตแบบใหม่ที่เรานำเสนอวันนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอน!

Credit : Cover Image by https://www.nike.com/in/football/jersey-culture

สาระทั่วไป