03/02/2014

D.I.Y. กระดาษทรานเฟอร์กับการถ่ายโอนความร้อนลงวัสดุที่ไม่ใช่ผ้า

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์จ้า สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านและผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับกระดาษทรานเฟอร์ค่า สำหรับวันนี้ Bestsublimationthai.com มีบทความดี ๆ มานำเสนออีกเช่นเคย และยังคงความเป็น DIY by Transfer Paper อีกเหมือนเดิมค่ะ แต่ว่า… DIY คราวนี้จะแตกต่างจากที่นำเสนอเล็กน้อย!!?? นั้นคือ…จากที่เราทราบกันมาบ้างเเล้วว่ากระดาษทรานเฟอร์ สามารถนำไปใช้พิมพ์ภาพลงบนตัวกระดาษ แล้วนำไปถ่ายโอนความร้อนลงบนผ้า เพื่อใช้ในงานสกรีน

แต่บทความนี้ เราจะนำกระดาษทรานเฟอร์ที่ถูกพิมพ์ภาพลงบนกระดาษเเล้วไปถ่ายโอนความร้อนลงบนวัสดุที่มีพื้นผิว เป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผ้า! นั่นคือ ไม้ ซึ่งหากคุณอ่านบทความนี้เเล้ว คุณสามารถนำไปลองทำดูเพื่อสร้างสรรค์งานไม้ที่มีคุณค่า หรือสร้างสิ่งของเครื่องใช้ด้วยตัวเอง เเละยังมีลวดลายน่ารัก ๆ ตามความต้องการของเรา ต้องขอขอบ คุณข้อมูลขั้นตอนวิธีที่มีประโยชน์ และเป็นอีกงานที่น่าสนใจมาก ๆ จากเว็บไซต์ http://www.toolgirl.com/toolgirl/2010/08/transfering-images-to-wood-using-your-inkjet-printer.html ซึ่งเจ้าของบทความได้ลองลงมือทำ และรีวีวไว้ว่า เค้าได้ลอง ทำลวดลายบนจานรองแก้วจากไม้อัด ซึ่งมีลวดลายที่เกิดจากการนำภาพดิจิตอลและถ่ายโอนความร้อนไปยังไม้อัด หรืออาจใช้ไม้เนื้อแข็งในงานอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเค้าได้ทำแผ่นรองเมาส์, โต๊ะทำงาน, กระเบื้องไม้บุผนัง และยังมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้อื่น ๆ อีกที่ยังไม่ทำเสร็จ ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นงานที่สนุก ทำได้ง่ายและราคาถูก (สุดยอดดดด)

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ สำหรับขั้นตอนวิธีต่าง ๆ ก็มีไม่มาก เข้าใจได้ง่าย ตามต่อไปนี้เลยค่ะ


1. ขั้นตอนเเรกเป็นอะไรที่เราคุ้นเคยกันดี แน่นอนอยู่เเล้วค่ะ นั้นคือการพิมพ์ภาพลงบนกระดาษทรานเฟอร์ โดยใช้เครื่องปริ้นเตอร์ แบบอิงค์เจ็ท ปริ้นภาพสวย ๆ ที่ออกแบบจากโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ลงบนกระดาษทรานเฟอร์ และเเน่นอนต้องอย่าลืมกลับภาพในโหมด Mirror Image เพื่อให้เวลาที่ถ่ายโอนภาพลงบนพื้นผิววัสดุหรือในที่นี้คือ ไม้ จะได้ไม่กลับด้านจากซ้าย เป็นขวา และอย่าลืมตัดขอบสีขาวรอบภาพที่ไม่เกี่ยวข้องออก

2. ตัดไม้อัด แบบแผ่นขนาดประมาณ 2×2 ซึ่งคุณสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป (แนะนำให้ใช้ไม้อัดแบบ Baltic Birch และบ้านเราสามารถหาซื้อได้ตาม Homepro หรือ The Depot ทั่วไปค่ะ)

3. ขัดผิวไม้ด้วยกระดาษทราย เพื่อให้พื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ จะส่งผลดีเวลาที่ทำการถ่ายโอนความร้อน โดยการใช้กระดาษทรายเบอร์ 100 ขัดก่อนในครั้งแรกจนพื้นผิวค่อนข้างเรียบเสมอกัน จากนั้นขยับขึ้นเป็นเบอร์ 180 – 220 เพื่อใช้ในการเก็บงาน

4. ขั้นตอนนี้จะเป็นการถ่ายโอนความร้อน โดยเตารีดที่ใช้ต้องแห้งและไม่ใช่เตารีดไอน้ำ โดยคุณต้องกดเตารีดลงบนกระดาษทรานเฟอร์ที่คว่ำภาพลงบนแผ่นไม้ ทำการรีดให้ทั่วทั้งแผ่น ใช้แรงกดที่สม่ำเสมอ(สำคัญ) เป็นเวลาประมาณ 2 นาที จาก นั้นลองทดสอบว่าภาพจากกระดาษทรานเฟอร์ ได้ถูกถ่ายโอนลงบนแผ่นไม้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการตรวจสอบมุมของภาพว่าถูกติดลงบน แผ่นไม้แล้วหรือยัง จากนั้นจึงค่อย ๆ ลอกกระดาษส่วนที่เหลืออกอย่างช้าเพื่อตรวจสอบภาพในจุดอื่น ๆ ซึ่งในขณะนี้เตารีดยังคงกดอยู่บนกระดาษ โดยให้ทำการลอกกระดาษไปพร้อมกับขยับเตารีดออก (ตามภาพ)

มาถึงตรงนี้เราก็จะเสร็จสิ้นการถ่ายโอนภาพจากกระดาษทรานเฟอร์ลงบนแผ่นไม้เรียบร้อยค่ะ โดยจะได้แผ่นไม้ที่มีลวดลายที่เป็นภาพสวยงาม แต่ในบทความนี้ผู้เขียนต้องการจะพิมพ์ภาพลงบนแผ่นไม้อันใหญ่ เพื่อนำไปใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ตาม ความต้องการของเค้า แต่เราจะเห็นว่าภาพจากกระดาษทรานเฟอร์ที่พิมพ์มาจากปริ้นเตอร์อาจเป็นเเค่เพียง A4 จึงทำให้ภาพใหญ่ไป และไม่พอดีกับขนาดแผ่นไม้ ซึ่งวิธีการก็คือ เราแค่ปริ้นภาพใส่กระดาษอีกครั้ง และนำมารีดต่อ ๆ กันจนเต็มแผ่นไม้ ตามต้องการ จากนั้นจะเอาไม้ไปตัดเพื่อทำสิ่งของใด ๆ ก็สามารถทำได้

หวังว่าผู้อ่านคงจะได้ไอเดียดี ๆ กันไปไม่มากก็น้อยนะค่ะ แล้วพบกันใหม่กับบทความดี ๆ DIY กับกระดาษทรานเฟอร์ จ้า 🙂

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น
27/01/2014

DIY Sticker Tattoo – วิธีการทำสติ๊กเกอร์รอยสักด้วยกระดาษทรานเฟอร์

จากบทความ กระดาษทรานเฟอร์ กับ รอยสัก ที่ทำให้ผู้อ่านรู้จักคุณประโยชนน์ดี ๆ ที่น่าทึ่งอีกอย่างถึงของเจ้ากระดาษทรานเฟอร์(หรือภาษาแบบทั่วไปเรียกกันว่า “กระดาษสกรีนเสื้อ“) กันไปบางส่วนแล้วนะคะ สำหรับบทความนี้ Bestsublimationthai.com ขอนำเสนอวิธีการทำสติ๊กเกอร์ Tattoo จากกระดาษทรานเฟอร์ และที่สำคัญ คือสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง!!! เพราะสามารถใช้ปากกาหมึกเจลแทนหมึกซับลิเมชั่น โดยทำตามขั้นตอนวิธีการต่อไปนี้ (ขอขอบคุณบทความดี ๆ ต้นฉบับที่นำมาแปล จากเว็บไซต์ http://www.wikihow.com/Create-Your-Own-Temporary-Tattoo ด้วยค่า)

1. เริ่มแรกเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
– กระดาษทรานเฟอร์
– ดินสอ และปากกาเจล หรือปากกาหมึกซึม (แนะนำให้ใช้ยี่ Fiskars สีดำหรือสีเข้ม ๆ จะดีที่สุด)
– ผ้านุ่ม ๆ 1 ผืน

2. ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นในการออกแบบรอยสักลองจินตนาการถึงการออกแบบที่คุณต้องการ เพราะรอยสักจะติดอยู่บนผิวของคุณ และเพื่อให้แน่ใจว่าการออกแบบของคุณเป็นลวดลายที่คุณต้องการจริงๆ หรือลองค้นหาคำว่า “การออกแบบรอยสัก” ในเครื่องมือค้นหาที่คุณชื่นชอบ เช่น Google.com เพื่อสร้างแนวความคิดและไอเดียในการออกแบบภาพหรือลวดลายต่าง ๆ

3. ใช้ดินสอร่างแบบลวดลายที่คุณชอบจนแน่ใจ จากนั้นใช้ปากกาเจลสีดำในการลงลวดลายและเน้นหนักลายเส้น เนื่องจากปากกาแบบเจลนั้น หมึกจะไหลและซึมลงบนกระดาษทรานเฟอร์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องพิมพ์ใด ๆ หรือหมึกซับลิเมชั่นเลยค่ะ

4. ก่อนจะทำการลอกลายรอยสักที่ออกแบบไว้บนกระดาษทรานเฟอร์ ต้องคำนึงถึงตำแหน่งของร่างกายที่ต้องการนำลวดลายรอยสักที่ ออกแบบไปติด เช่น ส่วนเว้า ส่วนโค้งตามสรีระต่าง ๆ ของร่างกาย มิเช่นนั้น อาจทำให้เกิดการลอกลายที่ไม่แนบสนิทเกิดขึ้นได้

5. นำผ้านุ่มชุบน้ำอุ่นเเล้วบิดให้เปียกหมาด ๆ

6. วางกระดาษทรานเฟอร์ที่ออกแบบลวดลายไว้เเล้วในลักษณะคว่ำลงบนร่างกาย โดยให้ลวดลายนั้นอยู่ในจุดที่แน่นอนที่คุณต้องการให้ เกิดรอยสัก จากนั้นนำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ กดลงบนกระดาษทรานเฟอร์ประมาณ 30 วินาที

7. หลังจากนั้นค่อย ๆ ลอกกระดาษทรานเฟอร์ออกจากร่างกาย โดยเริ่มทำการลอกจากมุมใดมุมหนึ่งก่อน เเละสังเกตว่ารอยสักที่ออกแบบไว้ จะติดลงบนร่างกายของคุณเเล้ว หากพบว่ารอยสักนั้นยังไม่่ติดลงบนร่างกาย ให้คุณน้ำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ กด ลงบนกระดาษทรานเฟอร์อีกครั้ง

8. เมื่อลอกกระดาษทรานเฟอร์ออกหมดแล้ว ให้รอสักพักเพื่อให้ร่างกายส่วนที่มีรอยสักนั้นแห้งเสียก่อน โดยห้ามใช้ผ้าหรือแปรงมาเช็ด

9. รอยสักใหม่ที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ได้ติดอยู่กับร่างกายคุณนานมากนัก แต่มันจะดูดีนานพอที่จะไปงานปาร์ตี้ หรือเข้าชุดกับเครื่องแต่งกายของคุณสำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ

ลองทำตามกันดูได้นะคะ สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจ รอยสักเก๋ ๆ เพื่องานพิเศษโอกาสต่าง ๆ แต่อย่าทำบ่อยเกินไปนะค่ะ เพราะว่าเจลหมึกของปากกาไม่ส่งผลดีต่อผิวหนังของคนเราค่ะ และสำหรับตอนต่อไปของบทความ ยังคงอยู่กับการทำสติ กเกอร์รอยสักด้วยกระดาษทรานเฟอร์เช่นเคย แต่จะเป็นนำเสนอหัวข้อที่เป็นเคล็ดลับและข้อควรระวังที่จะต้องทราบกันค่ะ พลาดไม่ได้ เลยทีเดียว อย่าลืมติดตามนะค่ะ

ถ้ายังไงคุณผู้อ่านสนใจสั่งซื้อกระดาษทรานเฟอร์หรือกระดาษสกรีนเสื้อ สามารถติดต่อได้ทันทีที่เบอร์โทร 08-7799-6229 ยินดีให้คำปรึกษาเเละบริการค่า

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น
18/01/2014

Do It by Yourself ด้วย กระดาษทรานเฟอร์

Bestsublimationthai.com ขอนำเสนอสาระดี ๆ เกี่ยวกับกระดาษทรานเฟอร์อีกเช่นเคยค่ะ สำหรับบทความนี้ยังคงมุ่งเน้นไปที่การทำลายสกรีนเสื้อยืด ด้วยตัวคุณเอง เพียงแค่มีพระเอกของเรา นั้นคือเจ้ากระดาษทรานเฟอร์นั้นเอง และเตรียมลวดลายที่สวยงามตามความต้องการของคุณเพียงเท่านั้น คุณก็จะมีเสื้อยืดหรือชุดใด ๆ ที่มีลวดลายเป็นของคุณเอง เท่ไม่เหมือนใครเลยละค่ะ วันนี้เรา จึงนำวีดีโอจากเว็บไซต์ Youtube ที่เจ้าของวีดีโอเค้าทำไว้ดีเเละเข้าใจง่ายมาก ๆ เป็น Step by Step สำหรับการนำกระดาษทรานเฟอร์มาใช้ในงานสกรีน ค่ะ

สำหรับวีดีโอแรกนี้ค่ะ จะเป็นการนำเอาลายที่ออกแบบผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และพิมพ์ลงบนกระดาษทรานเฟอร์ด้วยเครื่องปริ้นเตอร์แบบอิงค์เจ็ท มาสกรีนบนพื้นผิวผ้า สวยและง่ายมาก ๆ เลยล่ะคะ ซึ่งผู้อ่านก็สามารถทำตามได้ เพียงเเค่เตรียม

1) เตารีด

2) กระดาษทรานเฟอร์ 

3) ลวดลายของคุณที่สร้างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์

4) เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท

5) กระดาษไข และ

6) กางเกงหรือเสื้อยืด

จากนั้น ในตอนสุดท้ายจะได้ออกมาเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นลายธงชาติ และเสื้อยืดลายไดโนเสาร์น่ารัก ๆ เเจ๋วมาก ๆ เราลองมาดูกันเลยค่าาา

Diy American Flag Shorts (Inkjet Transfer Paper)

How To Use T Shirt Transfer Paper Step By Step

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น
26/12/2013

การสกรีนเสื้อ การทำบล็อกสกรีน สำหรับงานซับลิเมชั่นและกระดาษทรานเฟอร์

วันนี้ BestSublimationThai.com ขอนำเสนอบทความที่น่าสนใจบทความหนึ่ง เกี่ยวกับการสกรีนเสื้อ การทำบล็อกสกรีน ซึ่งเป็นการนำกระดาษทรานเฟอร์มา ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ สำหรับผู้อ่านที่สนใจอยากทำธุรกิจเสื้อยืด รับจ้างสกรีน หรืออยากทำเสื้อยืดสกรีนลายที่ออกแบบเองไว้ใส่คนเดียวก็สามารถทำได้ ซึ่งเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ http://board.postjung.com/635210.html ขอขอบคุณสำหรับสาระดี ๆ 🙂
1. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ต่อไปนี้

  • บล็อกสกรีนเสื้อเปล่า
  • ต้นแบบลาย อาจมาจากการออกแบบผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือภาพวาดต่าง ๆ
  • สติ๊กเกอร์
  • Art Knife
  • ลูกกลิ้งยาง
  • กระดาษกาว
  • เทปหนังไก่
  • แผ่นรองตัด

2. เอาต้นแบบลายมาตัดเป็นสติ๊กเกอร์ จากนั้นเอาไปติดกับสติ๊กเกอร์ แล้วจึงตัดตามแบบ

3. เมื่อตัดเสร็จแล้วก็จะได้ สติ๊กเกอร์ออกมา 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นลวดลาย (ส่วนที่ตัด) และส่วนที่เป็นกรอบ (ส่วนที่เหลือ)

4. นำส่วนที่เป็นกรอบมาติดลงบนบล็อกสกรีน

5. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อไปนี้

  • ที่ปาดสี ใช้กระดาษลังตัดแล้วกระกบซ้อนกัน 2 ชั้น (ยางปาดสีที่เค้าใช้ในงานสกรีนจริงๆ ไซส์ เท่ากับกระดาษลังตัวนี้ ราคาประมาณอยู่ที่ 500+)
  • สีสกรีน
  • น้ำยาผสมสี
  • ถ้วยผสมสีสกรีน

2. ขั้นตอนการสกรีน

  1. เตรียมที่ปาด (สีแดงในรูป) และบล็อกลายสกรีนที่เตรียมไว้แล้วให้พร้อม
  2. ผสมสีในชามผสมแล้วเตรียมการเกลี่ยสี (โดยใช้ที่ปาด)
  3. เกลี่ย สีลงในบล็อกให้สม่ำเสมอโดยสังเกตุจากการที่สีลงไปอยู่บนเนื้อผ้าสกรีนเต็ม ทุกส่วน (ขั้นตอนนี้เราจะยังไม่ยุ่งเกี่ยวกับเสื้อหรือวัตถุที่เราจะสกรีน)
  4. เมื่อ เราเกลี่ยสีได้สม่ำเสมอแล้ว ให้นำบล็อกลงไปวางทาบที่เสื้อหรือวัตถุที่เราจะสกรีน (ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะสามารถวางได้ครั้งเดียว เนื่องจากสีที่เราปาดรอบแรกเพื่อเกลี่ยสีนั้น ส่วนหนึ่งได้ซึมผ่านบล็อกไปแล้ว)

3. ทำการปาดสี โดยปาดเข้าหาตัวและปาดไปในทิศทางเดียวกันซ้ำอีก 1-2 ครั้ง โดยไม่ต้องเพิ่มสีอีก
4. เอาไดร์เป่าผมเป่าลมร้อนที่ลายสกรีนประมาณ 5 นาที แล้วนำเสื้อไปผึ่งลมทิ้งไว้ จนกว่าสีจะแห้ง เป็นอันเสร็จ

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น
25/11/2013

การเลือกใช้พริ้นเตอร์สามารถเลือกใช้ได้จากขนาดของวัสดุ

หากผู้ใช้ต้องการภาพในขนาด A4 หรือ A3 ผู้ใช้สามารถใช้พริ้นเตอร์ขนาดทั่วไปที่เราใช้ในการพริ้นงาน ซึ่งเครื่องพริ้นพวกนี้จะมีการแก้ไขดัดแปลงโดยมีการติดตั้งแทงค์ด้านนอกตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้สะดวกในการเติมหมึก เครื่องพริ้นเตอร์จำพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อ Epson ซึ่งเครื่องพริ้นยี่ห้อมีแตกต่างบริเวณหัวเข็มแตกต่างจากยี่ห้ออื่น หากผู้ใช้งานต้องการงานที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ หรือ พริ้นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้ ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องพริ้นอิงค์เจ็ทที่มีขนาดใหญ่มากกว่า เครื่องพริ้นพวกนี้สามารถพริ้นงานได้ที่หน้ากว้าง กว้างกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง ส่วนหมึกที่ใช้จำเป็นจะต้องเป็นหมึกเฉพาะ

หมึกซับลิเมชั่น
25/11/2013

กระดาษเปรียบเสมือนตัวกลางในการถ่ายเทหมึกจากเครื่องพิมพ์ลงไปสู่วัสดุ

กระดาษที่เราใช้มีชื่อเรียกหลายชื่อ บางคนเรียกว่า กระดาษทรานเฟอร์ (Transfer Paper) กระดาษซับลิเมชั่น (Sublimation Paper) หรือบางคนอาจจะเรียกสั้นๆว่า กระดาษซับ กระดาษที่ใช้ในการถ่ายเทหมึก จริงๆแล้วมีหลากหลายชนิด มีความแตกต่างกัน ทั้งน้ำหนัก (แกรม) ขนาดของกระดาษ ซึ่งกระดาษแต่ละประเภทจะมีความสามารถในการถ่ายเทแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เราต้องการถ่ายเท

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น
21/07/2013

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น คืออะไร ?

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น คืออะไร ?

หลายท่านที่ใช้งานเครื่องพิมพ์หรือปริ้นเตอร์ในงานซับลิเมชั่น แน่นอนว่าต้องเคยไปเลือกซื้อหมึกซับลิเมชั่นหรือเปลี่ยนกันบ่อย ๆ ใช่ไหมค่ะ ^^ และเคยสงสัยไหมค่ะว่า “CMYK” คืออะไร วันนี้เราจะมาอธิบายกันว่า CMYK คืออะไรค่า

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น เป็นระบบสีที่หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าคือระบบสีที่ประกอบอยู่ในหมึกซับลิเมชั่น ประกอบไปด้วยสีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. C cyan (ฟ้าอมเขียว)
2. M magenta (แดงอมม่วง)
3. Y yellow (เหลือง)
4. K key (ดำ)

สีทั้ง 4 นี้เชื่อหรือไม่คะว่า เมื่อนำมาผสมกันตามแต่ละสี สลับไปสลับมา จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสีเลยล่ะค่ะ สามารถนำมาใช้ในการพิมพ์สีต่าง ๆ ในงานซับลิเมชั่น ซึ่งปกติการเลือกใช้สีนั้น จะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบคือ CMYK และ RGB (Red, Green, Blue) ทั้ง 2 แบบนี้ สามารถแบ่งแยกประเภทการใช้งานได้ คือ ถ้าเป็นสีที่ต้องพิมพ์ออกมา ไม่ว่าจะพิมพ์ในรูปแบบใดก็ตาม จะต้องใช้ค่าสีของ CMYK แต่ถ้าต้องการสีที่แสดงผลออกทางหน้าจอ จะใช้ RGB เท่านั้น

ปัจจุบันหลักการดังกล่าวยังมีผู้มีความเข้าใจในส่วนนี้น้อยมาก เนื่องจากว่า นักออกแบบมือใหม่ เวลาต้องการจะทำงานประเภทสิ่งพิมพ์ รวมถึงงานซับลิเมชั่นในขั้นตอนการออกแบบ ก็มักตั้งค่าสีเป็น RGB เพราะว่าค่าสีดังกล่าวสีสดกว่า (เมื่อมองจากทางจอคอมพิวเตอร์) แต่เมื่อสั่งพิมพ์แล้ว ทำให้ค่าสีที่ออกมาผิดเพี้ยน มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสีที่เลือก เช่น เลือกสีแดง อาจจะได้สีชมพู เหลือสีม่วง อาจจะได้สีน้ำเงิน ดังนั้นผู้ที่ใช้โหมดสีควรจะทำความเข้าใจของงานให้มาก เพื่องานที่ออกมาจะได้ค่าสีที่ตรงกับความต้องการ เนื่องจากการกำหนดค่าสี RGB สามารถเลือกได้ถึง 2 สี – 16 ล้านสี (ข้อมูลอ้างอิงจากกระทรวงศึกษาธิการ หลักสูตรการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับปี 2545) โดยการเข้ารหัสสี สามารถเลือกเฉดสีได้ด้วยลักษณะของชุดรหัสตัวเลข 0-9 และ A-F ปนกันไปจนครบ 6 ตัวอักษรเท่านั้น เช่น 000000 = สีดำ FFFFFF = สีขาว FF0000 = สีแดง ดังนั้น ผู้ใช้สี สามารถกำหนดสีได้ต่างๆ มากมาย โดยใช้ตัวอักษรปะปนกันไป เพราะสามารถสร้างรูปแบบหรือกำหนดสีได้มากกว่า 16 ล้านรูปแบบ เช่น AC01B22, 522AA6, F2D3A0 โดยชุดดังกล่าวจะเป็นสีต่างๆ เพียงแค่กฎการใช้ คือใช้ตัวเลขใด ๆ ก็ได้ 0-9 แต่ต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษร แต่ถ้าจะมีอักษรภาษาอังกฤษผสมด้วย ก็สามารถเอามาใช้ได้ แต่จะเลือกใช้ได้ตั้งแต่ A, B, C, D, E และ F เท่านั้น (นับตั้งแต่ตัว G ขึ้นไปจะไม่สามารถประเมินผลได้)

ในส่วนของ CMYK จะใช้หลักการเลือกสีรูปแบบเดียวกับ RGB แต่ว่าค่าสีจะถูกตัดออกไปเป็นจำนวนเยอะมาก ทำให้มีค่าสีอยู่แค่หลักร้อย หรือ พันกว่าสีเท่านั้น โดยที่ค่าสีของ CMYK จะตัดค่าสีที่ตาเรามองไม่เห็น หรือไม่สามารถแยกแยะออกถึงความใกล้เคียงกันมาเกินไปได้ อย่างในกรณีของใบไม้ ที่เราอาจจะมองว่าเป็นสีเขียว แต่ถ้าจะให้ระบุสีในใบไม้เดียวกันให้ใกล้เคียงที่สุด อาจจะได้คำตอบที่เป็น สีเขียว, เขียวแก่, เขียวแก่กว่า, เขียวอ่อน, เขียวอมเหลือง ฯลฯ เพราะในสายตาคนเรามักจะมองรูปแบบสีหลักๆ เท่านั้น ดังนั้นปัญหาเรื่องของสีโหมด CMYK จึงจะตัดค่าสีที่ห่างกันไม่มากออกไปเพียงเท่านั้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบว่าเพราะอะไร เมื่อสั่งพิมพ์ภาพลงกระดาษทรานเฟอร์ในงานซับลิเมชั่น ด้วยการเลือกโหมดสีของขั้นตอนการออกแบบจากโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เป็น CMYK แล้ว ทำให้ได้สีสันที่สดใส สมจริง และไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะเมื่อใช้หมึกซับลิเมชั่นคุณภาพดี ยิ่งทำให้งานที่ได้มีคุณภาพมากตามไปด้วย

ขอบคุณบทความบางส่วนจาก http://th.wikipedia.org

หมึกซับลิเมชั่น
22/01/2013

กระดาษทรานเฟอร์ กับ รอยสัก

จากบทความต่าง ๆ ที่ Bestsublimationthai.com นำเสนอไปที่ผ่านมา เพื่อน ๆ ผู้อ่านคงพอจะทราบกันดีเเล้วว่ากระดาษทรานเฟอร์มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง โดยเท่าที่ทราบกันงานหลัก ๆ ของเจ้ากระดาษทรานเฟอร์นั้น ก็คือนำไปใช้ประโยชน์ในการสกรีนเสื้อ การลอกลายลงบนหรือวัสดุพื้นผิวอื่น ๆ ที่รองรับ แต่ยังมีงานบางสิ่งที่กระดาษทรานเฟอร์พระเอกของเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งนั่นก็คือ……..งานศิลปะด้าน Tattoo หรือเป็นการนำกระดาษทรานเฟอร์ไปใช้เพื่อทำสติ๊กเกอร์รอยสักนั่นเองค่ะ

สติกเกอร์รอยสัก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสติกเกอร์ Tattoo รูปลอกน้ำ เป็นสติกเกอร์ที่มีลวดลายสัญลักษณ์หรือรูปภาพต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบไว้ และนำมาใช้ติดกับผิวหนังโดยตรง โดยการพิมพ์ภาพ จะต้องพิมพ์ภาพหรือลวดลายเหล่านั้น รวมถึงตัวหนังสือในลักษณะย้อนกลับ (Mirror-Image) บนกระดาษทรานเฟอร์ และเวลาที่ใช้จะต้องคว่ำลาย Tattoo ติดกับผิวหนัง จากนั้นชโลมน้ำให้ชุ่ม แล้วรอสักครู่เพื่อให้กาวของสติกเกอร์แยกตัวออกจากกระดาษทรานเฟอร์ จากนั้นจึงค่อย ๆ แกะส่วนที่เป็นกระดาษรองหลังออก เป่าสติกเกอร์ให้แห้ง เพียงเท่านี้คุณจะได้ภาพรอยสักที่สวยงาม

ขอขอบคุณเว็บไซต์ http://www.empress.co.th/new/products/Tattoo/content.htm และ Google.com สำหรับตัวอย่างภาพสติกเกอร์ Tattoo สวย ๆ ค่ะ
ในบทความนี้จะขอเกริ่นพอให้ท่านผู้อ่านทราบถึงประโยชน์อีกอย่างของกระดาษทรานเฟอร์กันเพียงเท่านี้ก่อนค่ะ และสำหรับในบทความต่อไป Bestsublimationthai.com จะขอนำเสนอวิธีการทำสติกเกอร์ Tattoo จากกระดาษทรานเฟอร์ด้วยตัวคุณเอง น่าสนใจมาก ๆ อย่าลืมติดตามนะคะ

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น
  • 1
  • 2