04/07/2014

แจกแบบลายเคสโทรศัพท์ เพื่อประกอบงานซับลิเมชั่นกับหมึกซับลิเมชั่นคุณภาพ

สวัสดีค่าในบทความครั้งก่อน bestsublimationhthai.com เอาแบบลายแก้วมาให้ดูกัน ซึ่งมีมากมายหลากหลาย สีสันสดใส หากใช้หมึกซับลิเมชั่นคุณภาพดี ๆ ปริ้นออกมาก่อนนำไปรีดร้อน สีสันจะคมชัดสวยสดใส หรือบางท่านอาจจะนำเอาเบบลวดลายเหล่านี้ไปประยุกต์ปรับเปลี่ยนตามความต้องการก็เเล้วเเต่ความชอบค่ะ มาในวันนี้ก็ยังใจดีเอาของฟรีมาแจกเช่นเคยคะ คราวนี้เป็นเเบบลายเคสโทรศัพท์ไอโฟน ซึ่ง ท่านใดสนใจโหลดไปปรับเเต่งหรือไม่ก็ตามเเต่ ซึ่งสามารถล้อขนาดของเคสโทรศัพท์ตามที่ให้ไว้นี้ได้เลย และสามารถคลิกขวา save รูปด้านล่างนี้เก็บไว้ได้เลยค่ะ

ตัวอย่างหลังใส่ลวดลายด้วยโปรแกรม Photoshop (หลังจากใช้หมึกซับลิเมชั่นที่คุณภาพดีพิมพ์ออกมาสีสดสวยมาก ๆ ค่ะ)

ขนาดความกว้าง x ยาว

และเมื่อท่านดาวน์โหลดเเบบลายเคสโทรศัพท์ไอโฟนนี้ไปเเล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดใด ๆ นะคะ สามารถเปิดด้วยโปรแกรมเปิดรูปในคอมพิวเตอร์ และสั่งปริ้นผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทันที ควบคู่กับการใช้หมึกซับลิเมชั่นที่มีคุณภาพสูงก็จะยิ่งทำให้สีสันสวยงาม คมชัด เเละเมื่อนำไปเข้าสู้กระบวนการซับลิเมชั่น จะส่งผลให้เคสโทรศัพท์สวยงาม ดูดีมีคุณค่า จะนำไปต่อยอดทำธุรกิจขายเคสโทรศัพท์ตาม ท้องตลาดก็ไม่ว่ากันค่า 🙂 ขอขอบคุณเว็บไซต์ใจดี http://www.frames4photoshop.info, http://webbywonder.com, http://www.designreverie.com ที่แบ่งปันแบบลายเคสสวย ๆ สำหรับหมึกซับลิเมชั่นที่มีคุณภาพคะ วันนี้เอาเเบบลายฟรีๆ ไปลองใช้ก่อนนะค่ะ ครั้งหน้า bestsublimationthai.com จะสอนวิธีทำลวดลายบนแบบลายกันค่ะ

หมึกซับลิเมชั่น
27/06/2014

การออกแบบลวดลายบนแก้วกาแฟด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากการระเหิดของหมึกซับลิเมชั่น

สวัสดีเพื่อน ๆ ค่า วันนี้ bestsublimationthai.com จะขอนำเสนอเทคนิคงานซับลิเมชั่นดี ๆ เช่นเคยค่ะ สำหรับวันนี้จะเป็นการทำซับลิเมชั่นลงบนแก้วกาแฟ ซึ่งการทำงานซับลิเมชั่นลงบนเเก้วจะต้องใช้ความชำนาญเเละเครื่องมือเยอะกว่าการทำบนวัสดุพวกผ้าหรือเสื้อยืด แต่รับรองว่าสวยไม่เเพ้กัน ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับ คุณภาพของหมึกซับลิเมชั่นที่ใช้ด้วยค่า รวมถึงเครื่องรีดร้อนที่ใช้และไม่ยาก และเครื่องรีดร้อนจะต้องเป็นประเภทที่รองรับการทำซับลิเมชั่นบนเเก้วด้วย แต่ในวันนี้ บทความของเราจะเป็นการแนะนำการออกแบบลวดลาย การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการออกเเบบ รวมถึงการตั้งค่าต่าง ๆ ในโปรแกรม เพื่อให้ ภาพที่เราจะนำไปสกรีนลงบนแก้ว มีความสวยงาม มีขนาดที่พอเหมาะกันพอดีกับตัวเเก้ว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ นะคะ เพราะไม่ว่าคุณจะใช้หมึกซับลิเมชั่นที่คุณภาพดีเเค่ไหนปริ้นภาพลงบนกระดาษ จากเครื่องปริ้นเตอร์ก็ตาม หากไม่ตั้งค่าในโปรแกรมการออกเเบบให้ดี ก็อาจจะสิ้นเปลืองทั้งกระดาษ หมึกซับลิเมชั่น และเสียเวลาอีกด้วยค่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณบทความดี ๆ มีสาระจากเว็บไซต์ http://www.sawgrasseurope.com/education-events/sublimation-knowledge-base/tips-tricks/how-to-create-latte-mug-template

สำหรับโปรแกรมที่จะใช้ออกแบบในบทความนี้ก็จะเป็น Photoshop และแก้วที่ใช้เป็นตัวอย่างในบทความจะเป็นแก้วกาแฟลาเต้ ซึ่งหากใช้เเก้วขนาดอื่นๆ อาจจะต้องลองเทียบอัตราส่วนเอาเองจากตัวอย่างนะค่ะ

1. วัดความสูงและเส้นรอบวงของปลายด้านล่างของแก้ว อย่าลืมเว้นที่จากช่องว่าง (ประมาณ 1-1.5 ซม. ) ที่ด้านข้างของที่จับแก้วและช่องว่างประมาณ 2-3 มม. ที่ด้านบนและด้านล่างของแก้วแต่ละใบ ในตัวอย่างที่เรามีการวัดความสูงของ 9.5cm 17cm และเส้นรอบวงของด้านล่างของแก้วตามรูปประกอบค่า

2. ใน Photoshop สร้างเอกสารใหม่ และตั้งค่ากว้าง 17cm ความสูง 9.5 ซม. , ความละเอียด 300dpi, โหมดสี RGB และพื้นหลังโปร่งใส

หมึกซับลิเมชั่น

3. เติมสีใน Layer ชั้นแรกของเอกสารที่มีสีใด ๆ โดยใช้เครื่องมือถังสี (Paint Bucket Too)

4. Unlock Layer ชั้นแรก ด้วยการดับเบิลคลิกที่ชั้นพื้นหลัง และเลือก Yes

หมึกซับลิเมชั่น

5. เพิ่ม Canvas Size และกำหนดค่า Height 30cm, Width 20cm

หมึกซับลิเมชั่น

6. การออกแบบแก้วลาเต้ควรจะบิดเบี้ยวเล็กน้อยเพื่อให้พอดีกับรูปร่างของกรวยแก้ว จึงต้องสร้าง Smart Object ขึ้นเพื่อนำไปใช้ โดยการคลิกขวาที่ Layer และเลือก Convert to Smart Object ตามภาพ

หมึกซับลิเมชั่น

7. จากนั้นเราจะทำการสร้างส่วนเว้าโค้งให้กับเอกสารของเรา โดยการคลิกที่ Layer ของเราและกด Ctrl + T แล้วที่ Menu bar เลือก Edit > Transform > Warp

หมึกซับลิเมชั่น

8. เลือกส่วนของ Warp เลือก Arc เเละระบุค่าเป็น 26% ในส่วนของ Bend จากนั้นคลิกเครื่องหมายถูกเพื่อยอมรับการแก้ไข ตามภาพ

หมึกซับลิเมชั่น

9. กำหนด Stroke ให้เท่ากับ 1 px ซึ่งตอนนี้เราจะมีหน้าว่าง ๆ ที่สามารถนำมาหุ่มล้อมรอบตัวแก้วได้ขนาดพอดีกัน ซึ่ง ณ จุดนี้เราสามารถปริ้นหน้าเปล่า ๆ นี้ออกมาลองหุ้มรอบตัวแก้ของเราก่อนได้ว่ามีขนาดพอดีหรือไม่ ก่อนที่จะทำการสร้างลวดลาย

10. หากพบว่าขนาดพอดีเเล้ว ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Layer icon (คนละส่วนกับ Layer name) เพื่อเปิดส่วนของ Smart Object ที่สร้างไว้ในขั้นตอนก่อนหน้า

11. ในส่วนของการจัดการกับ Smart Object จะเปิดขึ้นมาใน Tab ใหม่ ซึ่งเราสามารถออกแบบสร้างลวดลายได้เลยในส่วนนี้ หรือจะนำ template รูปแบบต่าง ๆ ที่มีในโปรแกรมมาใส่เลยก็ได้ ตามภาพตัวอย่าง จากนั้นบันทึก Smart Object เเละปิด Tab นี้ได้เลย

หมึกซับลิเมชั่น

12. จะเห็นว่าหลังจากบันทึกและปิด Tab Smart Object แล้ว ลวดลายของ Smart Object จะถูกสร้างทับลงบนเอกสารเปล่า ๆ ที่เราสร้างไว้ หากปริ้นออกมาและนำไปทำซับลิเมชั่นตามกระบวนการ ก็จะสามารถสร้างลวดลายลงบนแก้วกาแฟนี้ได้อย่างสวยงาม ที่ได้จากการระเหิดของหมึกซับลิเมชั่นลงบนวัสดุนั้นเอง

หมึกซับลิเมชั่น
หมึกซับลิเมชั่น

สำหรับบทความต่อไป ก็จะยังคงอยู่กับการทำซับลิเมชั่นลงบนแก้วอีกเช่นเดิม ครั้งหน้าเราจะเอา template ที่เป็นของฟรี ๆ มาให้ดาวน์โหลดไปลองใช้กันค่า รอติดตามน่ะคะ

หมึกซับลิเมชั่น
25/11/2013

การเลือกใช้พริ้นเตอร์สามารถเลือกใช้ได้จากขนาดของวัสดุ

หากผู้ใช้ต้องการภาพในขนาด A4 หรือ A3 ผู้ใช้สามารถใช้พริ้นเตอร์ขนาดทั่วไปที่เราใช้ในการพริ้นงาน ซึ่งเครื่องพริ้นพวกนี้จะมีการแก้ไขดัดแปลงโดยมีการติดตั้งแทงค์ด้านนอกตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้สะดวกในการเติมหมึก เครื่องพริ้นเตอร์จำพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อ Epson ซึ่งเครื่องพริ้นยี่ห้อมีแตกต่างบริเวณหัวเข็มแตกต่างจากยี่ห้ออื่น หากผู้ใช้งานต้องการงานที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ หรือ พริ้นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้ ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องพริ้นอิงค์เจ็ทที่มีขนาดใหญ่มากกว่า เครื่องพริ้นพวกนี้สามารถพริ้นงานได้ที่หน้ากว้าง กว้างกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง ส่วนหมึกที่ใช้จำเป็นจะต้องเป็นหมึกเฉพาะ

หมึกซับลิเมชั่น
21/07/2013

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น คืออะไร ?

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น คืออะไร ?

หลายท่านที่ใช้งานเครื่องพิมพ์หรือปริ้นเตอร์ในงานซับลิเมชั่น แน่นอนว่าต้องเคยไปเลือกซื้อหมึกซับลิเมชั่นหรือเปลี่ยนกันบ่อย ๆ ใช่ไหมค่ะ ^^ และเคยสงสัยไหมค่ะว่า “CMYK” คืออะไร วันนี้เราจะมาอธิบายกันว่า CMYK คืออะไรค่า

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น เป็นระบบสีที่หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าคือระบบสีที่ประกอบอยู่ในหมึกซับลิเมชั่น ประกอบไปด้วยสีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. C cyan (ฟ้าอมเขียว)
2. M magenta (แดงอมม่วง)
3. Y yellow (เหลือง)
4. K key (ดำ)

สีทั้ง 4 นี้เชื่อหรือไม่คะว่า เมื่อนำมาผสมกันตามแต่ละสี สลับไปสลับมา จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสีเลยล่ะค่ะ สามารถนำมาใช้ในการพิมพ์สีต่าง ๆ ในงานซับลิเมชั่น ซึ่งปกติการเลือกใช้สีนั้น จะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบคือ CMYK และ RGB (Red, Green, Blue) ทั้ง 2 แบบนี้ สามารถแบ่งแยกประเภทการใช้งานได้ คือ ถ้าเป็นสีที่ต้องพิมพ์ออกมา ไม่ว่าจะพิมพ์ในรูปแบบใดก็ตาม จะต้องใช้ค่าสีของ CMYK แต่ถ้าต้องการสีที่แสดงผลออกทางหน้าจอ จะใช้ RGB เท่านั้น

ปัจจุบันหลักการดังกล่าวยังมีผู้มีความเข้าใจในส่วนนี้น้อยมาก เนื่องจากว่า นักออกแบบมือใหม่ เวลาต้องการจะทำงานประเภทสิ่งพิมพ์ รวมถึงงานซับลิเมชั่นในขั้นตอนการออกแบบ ก็มักตั้งค่าสีเป็น RGB เพราะว่าค่าสีดังกล่าวสีสดกว่า (เมื่อมองจากทางจอคอมพิวเตอร์) แต่เมื่อสั่งพิมพ์แล้ว ทำให้ค่าสีที่ออกมาผิดเพี้ยน มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสีที่เลือก เช่น เลือกสีแดง อาจจะได้สีชมพู เหลือสีม่วง อาจจะได้สีน้ำเงิน ดังนั้นผู้ที่ใช้โหมดสีควรจะทำความเข้าใจของงานให้มาก เพื่องานที่ออกมาจะได้ค่าสีที่ตรงกับความต้องการ เนื่องจากการกำหนดค่าสี RGB สามารถเลือกได้ถึง 2 สี – 16 ล้านสี (ข้อมูลอ้างอิงจากกระทรวงศึกษาธิการ หลักสูตรการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับปี 2545) โดยการเข้ารหัสสี สามารถเลือกเฉดสีได้ด้วยลักษณะของชุดรหัสตัวเลข 0-9 และ A-F ปนกันไปจนครบ 6 ตัวอักษรเท่านั้น เช่น 000000 = สีดำ FFFFFF = สีขาว FF0000 = สีแดง ดังนั้น ผู้ใช้สี สามารถกำหนดสีได้ต่างๆ มากมาย โดยใช้ตัวอักษรปะปนกันไป เพราะสามารถสร้างรูปแบบหรือกำหนดสีได้มากกว่า 16 ล้านรูปแบบ เช่น AC01B22, 522AA6, F2D3A0 โดยชุดดังกล่าวจะเป็นสีต่างๆ เพียงแค่กฎการใช้ คือใช้ตัวเลขใด ๆ ก็ได้ 0-9 แต่ต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษร แต่ถ้าจะมีอักษรภาษาอังกฤษผสมด้วย ก็สามารถเอามาใช้ได้ แต่จะเลือกใช้ได้ตั้งแต่ A, B, C, D, E และ F เท่านั้น (นับตั้งแต่ตัว G ขึ้นไปจะไม่สามารถประเมินผลได้)

ในส่วนของ CMYK จะใช้หลักการเลือกสีรูปแบบเดียวกับ RGB แต่ว่าค่าสีจะถูกตัดออกไปเป็นจำนวนเยอะมาก ทำให้มีค่าสีอยู่แค่หลักร้อย หรือ พันกว่าสีเท่านั้น โดยที่ค่าสีของ CMYK จะตัดค่าสีที่ตาเรามองไม่เห็น หรือไม่สามารถแยกแยะออกถึงความใกล้เคียงกันมาเกินไปได้ อย่างในกรณีของใบไม้ ที่เราอาจจะมองว่าเป็นสีเขียว แต่ถ้าจะให้ระบุสีในใบไม้เดียวกันให้ใกล้เคียงที่สุด อาจจะได้คำตอบที่เป็น สีเขียว, เขียวแก่, เขียวแก่กว่า, เขียวอ่อน, เขียวอมเหลือง ฯลฯ เพราะในสายตาคนเรามักจะมองรูปแบบสีหลักๆ เท่านั้น ดังนั้นปัญหาเรื่องของสีโหมด CMYK จึงจะตัดค่าสีที่ห่างกันไม่มากออกไปเพียงเท่านั้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบว่าเพราะอะไร เมื่อสั่งพิมพ์ภาพลงกระดาษทรานเฟอร์ในงานซับลิเมชั่น ด้วยการเลือกโหมดสีของขั้นตอนการออกแบบจากโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เป็น CMYK แล้ว ทำให้ได้สีสันที่สดใส สมจริง และไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะเมื่อใช้หมึกซับลิเมชั่นคุณภาพดี ยิ่งทำให้งานที่ได้มีคุณภาพมากตามไปด้วย

ขอบคุณบทความบางส่วนจาก http://th.wikipedia.org

หมึกซับลิเมชั่น