25/11/2013

การเลือกใช้พริ้นเตอร์สามารถเลือกใช้ได้จากขนาดของวัสดุ

หากผู้ใช้ต้องการภาพในขนาด A4 หรือ A3 ผู้ใช้สามารถใช้พริ้นเตอร์ขนาดทั่วไปที่เราใช้ในการพริ้นงาน ซึ่งเครื่องพริ้นพวกนี้จะมีการแก้ไขดัดแปลงโดยมีการติดตั้งแทงค์ด้านนอกตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้สะดวกในการเติมหมึก เครื่องพริ้นเตอร์จำพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อ Epson ซึ่งเครื่องพริ้นยี่ห้อมีแตกต่างบริเวณหัวเข็มแตกต่างจากยี่ห้ออื่น หากผู้ใช้งานต้องการงานที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ หรือ พริ้นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้ ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องพริ้นอิงค์เจ็ทที่มีขนาดใหญ่มากกว่า เครื่องพริ้นพวกนี้สามารถพริ้นงานได้ที่หน้ากว้าง กว้างกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง ส่วนหมึกที่ใช้จำเป็นจะต้องเป็นหมึกเฉพาะ

หมึกซับลิเมชั่น
25/11/2013

เครื่องรีดร้อน คือ อุปกรณ์ในการเพิ่มความร้อน เพื่อให้หมึกระเหิดลงบนวัสดุ

การเลือกเครื่องรีดร้อนให้เหมาะสมกับงาน เพราะเครื่องรีดร้อนจำเป็นต้องมีความดัน อุณหภูมิ เวลา ที่เหมาะสมในการทำให้หมึกระเหิดลงบนวัสดุ เพื่อให้หมึกติดทนนานในเนื้อวัสดุ เครื่องให้ความร้อนทั่วไป เช่น เตารีด เตารีดไอน้ำ หรือ เครื่องรีดผ้าทั่วไป ไม่สามารถใช้ในการรีดร้อนได้ เนื่องจากความดัน อุณหภูมิ ไม่สามารถทำให้หมึกระเหิดได้ เครื่องรีดร้อนเราสามารถเลือกได้จาก กำลังไฟฟ้า กำลังความร้อน อุณหภูมิ ความสามารถในการรีดลงวัสดุ ขนาดของงาน จำนวนถาดในการรีดร้อน และระบบการทำงาน เครื่องทั่วไปที่นิยมใช้ในครัวเรือน อาจใช้เครื่องปั้มระบบที่ใช้มือกดเอง (Manual) แต่ถ้าเป็นโรงงานที่ใช้ในการผลิต ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องรีดร้อนที่มีกำลังความร้อนมากขึ้นและจำนวนถาดมากขึ้น เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และมักจะใช้ระบบอัตโนมัติ (Automatic) ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องใช้มือกดเหมือนระบบที่ใช้มือกด (Manual) เพราะมีระบบนิวเมตริกในการกดรีดร้อนเอง

เครื่องรีดร้อน
25/11/2013

กระดาษเปรียบเสมือนตัวกลางในการถ่ายเทหมึกจากเครื่องพิมพ์ลงไปสู่วัสดุ

กระดาษที่เราใช้มีชื่อเรียกหลายชื่อ บางคนเรียกว่า กระดาษทรานเฟอร์ (Transfer Paper) กระดาษซับลิเมชั่น (Sublimation Paper) หรือบางคนอาจจะเรียกสั้นๆว่า กระดาษซับ กระดาษที่ใช้ในการถ่ายเทหมึก จริงๆแล้วมีหลากหลายชนิด มีความแตกต่างกัน ทั้งน้ำหนัก (แกรม) ขนาดของกระดาษ ซึ่งกระดาษแต่ละประเภทจะมีความสามารถในการถ่ายเทแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เราต้องการถ่ายเท

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น
21/07/2013

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น คืออะไร ?

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น คืออะไร ?

หลายท่านที่ใช้งานเครื่องพิมพ์หรือปริ้นเตอร์ในงานซับลิเมชั่น แน่นอนว่าต้องเคยไปเลือกซื้อหมึกซับลิเมชั่นหรือเปลี่ยนกันบ่อย ๆ ใช่ไหมค่ะ ^^ และเคยสงสัยไหมค่ะว่า “CMYK” คืออะไร วันนี้เราจะมาอธิบายกันว่า CMYK คืออะไรค่า

ระบบสี CMYK ของหมึกซับลิเมชั่น เป็นระบบสีที่หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าคือระบบสีที่ประกอบอยู่ในหมึกซับลิเมชั่น ประกอบไปด้วยสีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. C cyan (ฟ้าอมเขียว)
2. M magenta (แดงอมม่วง)
3. Y yellow (เหลือง)
4. K key (ดำ)

สีทั้ง 4 นี้เชื่อหรือไม่คะว่า เมื่อนำมาผสมกันตามแต่ละสี สลับไปสลับมา จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสีเลยล่ะค่ะ สามารถนำมาใช้ในการพิมพ์สีต่าง ๆ ในงานซับลิเมชั่น ซึ่งปกติการเลือกใช้สีนั้น จะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบคือ CMYK และ RGB (Red, Green, Blue) ทั้ง 2 แบบนี้ สามารถแบ่งแยกประเภทการใช้งานได้ คือ ถ้าเป็นสีที่ต้องพิมพ์ออกมา ไม่ว่าจะพิมพ์ในรูปแบบใดก็ตาม จะต้องใช้ค่าสีของ CMYK แต่ถ้าต้องการสีที่แสดงผลออกทางหน้าจอ จะใช้ RGB เท่านั้น

ปัจจุบันหลักการดังกล่าวยังมีผู้มีความเข้าใจในส่วนนี้น้อยมาก เนื่องจากว่า นักออกแบบมือใหม่ เวลาต้องการจะทำงานประเภทสิ่งพิมพ์ รวมถึงงานซับลิเมชั่นในขั้นตอนการออกแบบ ก็มักตั้งค่าสีเป็น RGB เพราะว่าค่าสีดังกล่าวสีสดกว่า (เมื่อมองจากทางจอคอมพิวเตอร์) แต่เมื่อสั่งพิมพ์แล้ว ทำให้ค่าสีที่ออกมาผิดเพี้ยน มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสีที่เลือก เช่น เลือกสีแดง อาจจะได้สีชมพู เหลือสีม่วง อาจจะได้สีน้ำเงิน ดังนั้นผู้ที่ใช้โหมดสีควรจะทำความเข้าใจของงานให้มาก เพื่องานที่ออกมาจะได้ค่าสีที่ตรงกับความต้องการ เนื่องจากการกำหนดค่าสี RGB สามารถเลือกได้ถึง 2 สี – 16 ล้านสี (ข้อมูลอ้างอิงจากกระทรวงศึกษาธิการ หลักสูตรการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับปี 2545) โดยการเข้ารหัสสี สามารถเลือกเฉดสีได้ด้วยลักษณะของชุดรหัสตัวเลข 0-9 และ A-F ปนกันไปจนครบ 6 ตัวอักษรเท่านั้น เช่น 000000 = สีดำ FFFFFF = สีขาว FF0000 = สีแดง ดังนั้น ผู้ใช้สี สามารถกำหนดสีได้ต่างๆ มากมาย โดยใช้ตัวอักษรปะปนกันไป เพราะสามารถสร้างรูปแบบหรือกำหนดสีได้มากกว่า 16 ล้านรูปแบบ เช่น AC01B22, 522AA6, F2D3A0 โดยชุดดังกล่าวจะเป็นสีต่างๆ เพียงแค่กฎการใช้ คือใช้ตัวเลขใด ๆ ก็ได้ 0-9 แต่ต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษร แต่ถ้าจะมีอักษรภาษาอังกฤษผสมด้วย ก็สามารถเอามาใช้ได้ แต่จะเลือกใช้ได้ตั้งแต่ A, B, C, D, E และ F เท่านั้น (นับตั้งแต่ตัว G ขึ้นไปจะไม่สามารถประเมินผลได้)

ในส่วนของ CMYK จะใช้หลักการเลือกสีรูปแบบเดียวกับ RGB แต่ว่าค่าสีจะถูกตัดออกไปเป็นจำนวนเยอะมาก ทำให้มีค่าสีอยู่แค่หลักร้อย หรือ พันกว่าสีเท่านั้น โดยที่ค่าสีของ CMYK จะตัดค่าสีที่ตาเรามองไม่เห็น หรือไม่สามารถแยกแยะออกถึงความใกล้เคียงกันมาเกินไปได้ อย่างในกรณีของใบไม้ ที่เราอาจจะมองว่าเป็นสีเขียว แต่ถ้าจะให้ระบุสีในใบไม้เดียวกันให้ใกล้เคียงที่สุด อาจจะได้คำตอบที่เป็น สีเขียว, เขียวแก่, เขียวแก่กว่า, เขียวอ่อน, เขียวอมเหลือง ฯลฯ เพราะในสายตาคนเรามักจะมองรูปแบบสีหลักๆ เท่านั้น ดังนั้นปัญหาเรื่องของสีโหมด CMYK จึงจะตัดค่าสีที่ห่างกันไม่มากออกไปเพียงเท่านั้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบว่าเพราะอะไร เมื่อสั่งพิมพ์ภาพลงกระดาษทรานเฟอร์ในงานซับลิเมชั่น ด้วยการเลือกโหมดสีของขั้นตอนการออกแบบจากโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เป็น CMYK แล้ว ทำให้ได้สีสันที่สดใส สมจริง และไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะเมื่อใช้หมึกซับลิเมชั่นคุณภาพดี ยิ่งทำให้งานที่ได้มีคุณภาพมากตามไปด้วย

ขอบคุณบทความบางส่วนจาก http://th.wikipedia.org

หมึกซับลิเมชั่น
22/01/2013

กระดาษทรานเฟอร์ กับ รอยสัก

จากบทความต่าง ๆ ที่ Bestsublimationthai.com นำเสนอไปที่ผ่านมา เพื่อน ๆ ผู้อ่านคงพอจะทราบกันดีเเล้วว่ากระดาษทรานเฟอร์มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง โดยเท่าที่ทราบกันงานหลัก ๆ ของเจ้ากระดาษทรานเฟอร์นั้น ก็คือนำไปใช้ประโยชน์ในการสกรีนเสื้อ การลอกลายลงบนหรือวัสดุพื้นผิวอื่น ๆ ที่รองรับ แต่ยังมีงานบางสิ่งที่กระดาษทรานเฟอร์พระเอกของเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งนั่นก็คือ……..งานศิลปะด้าน Tattoo หรือเป็นการนำกระดาษทรานเฟอร์ไปใช้เพื่อทำสติ๊กเกอร์รอยสักนั่นเองค่ะ

สติกเกอร์รอยสัก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสติกเกอร์ Tattoo รูปลอกน้ำ เป็นสติกเกอร์ที่มีลวดลายสัญลักษณ์หรือรูปภาพต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบไว้ และนำมาใช้ติดกับผิวหนังโดยตรง โดยการพิมพ์ภาพ จะต้องพิมพ์ภาพหรือลวดลายเหล่านั้น รวมถึงตัวหนังสือในลักษณะย้อนกลับ (Mirror-Image) บนกระดาษทรานเฟอร์ และเวลาที่ใช้จะต้องคว่ำลาย Tattoo ติดกับผิวหนัง จากนั้นชโลมน้ำให้ชุ่ม แล้วรอสักครู่เพื่อให้กาวของสติกเกอร์แยกตัวออกจากกระดาษทรานเฟอร์ จากนั้นจึงค่อย ๆ แกะส่วนที่เป็นกระดาษรองหลังออก เป่าสติกเกอร์ให้แห้ง เพียงเท่านี้คุณจะได้ภาพรอยสักที่สวยงาม

ขอขอบคุณเว็บไซต์ http://www.empress.co.th/new/products/Tattoo/content.htm และ Google.com สำหรับตัวอย่างภาพสติกเกอร์ Tattoo สวย ๆ ค่ะ
ในบทความนี้จะขอเกริ่นพอให้ท่านผู้อ่านทราบถึงประโยชน์อีกอย่างของกระดาษทรานเฟอร์กันเพียงเท่านี้ก่อนค่ะ และสำหรับในบทความต่อไป Bestsublimationthai.com จะขอนำเสนอวิธีการทำสติกเกอร์ Tattoo จากกระดาษทรานเฟอร์ด้วยตัวคุณเอง น่าสนใจมาก ๆ อย่าลืมติดตามนะคะ

กระดาษทรานเฟอร์ & กระดาษซับลิเมชั่น